เขียน Copywriting Facebook Ad ยังไงให้ขายได้

การทำคอนเท้นต์ Facebook Ad หนึ่งคอนเท้นต์นั้นประกอบด้วยหลายๆ องค์ประกอบ เริ่มตั้งแต่ วิดีโอ รูปภาพ และที่สำคัญมากๆ อีกอย่างก็คือเนื้อหาข้อความโฆษณา หรือที่เราคุ้นชินกันในชื่อ Copywriting นั่นเอง ซึ่งเจ้าเนื้อหาตรงนี้ถือเป็นตัวตัดสินใจที่จะทำให้ผู้เข้ามาพบเห็นเลือกกดคลิก Ad ของเราหรือเปล่า ถ้าเนื้อหาไม่น่าสนใจและไม่ดึงดูดได้ก็เท่ากับว่าเราจะเสียโอกาสไปในทันที เพราะทุกวันนี้เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าเวลาไถฟีด Facebook มักจะใช้เวลาต่อโพสท์ไม่นาน ถ้าเจออะไรที่เราชอบและน่าสนใจถึงจะหยุดแล้วตั้งใจคลิกเข้าไปอ่านต่อ ทีนี้ถ้าว่ากันด้วยความหมายของคำว่า Copywriting ก็คือ คำหรือประโยคโฆษณาแบบสั้น กระชับ และสำคัญที่สุดคือต้องตรงประเด็นที่จะสื่อสาร อ่านแล้วย่อยง่าย เราต้องทำให้คนอ่านรับรู้ว่าจะแก้ไขปัญหาที่เขาเจอได้อย่างไร จากนั้นเขาจะได้อะไร เมื่อตอบโจทย์แล้วเขาก็จะอ่านและคลิกต่อเอง และในวันนี้เราจะพามาดูเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ของการเขียน Copywriting ให้น่าสนใจกันครับ

กำหนดกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจนก่อน

เริ่มแรกเลยก่อนที่เราจะสร้างแคมเปญโฆษณาขึ้นมา อย่าลืมที่จะเซ็ตกลุ่มเป้าหมายของคุณให้ชัดเจนก่อน เพื่อที่จะให้สิ่งที่คุณต้องการสื่อสารกับผู้อ่านนั้นไม่หลุดประเด็น อย่างเช่น กำหนดเลยว่าจะให้คนรับรู้แบรนด์ หรือ จะเพิ่มยอดขาย ซึ่งในปัจจุบันนี้ Facebook ได้มีฟังก์ชั่นในการกำหนดกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะมาให้แล้วด้วย

 

เขียนเนื้อหาให้เข้าใจง่าย กระชับ ใช้ภาษาที่เหมาะสม

ลองคิดดูง่ายๆ ว่าถ้าคุณคือคนที่กำลังไถนิวฟีดของ Facebook อยู่ แล้วไปเจอโพสท์ที่มีข้อความยาวเกิน 10 บรรทัด โดยที่สิ่งๆ นั้นไม่ใช่เรื่องที่คุณชอบ และข้อความภายในประโยคแรกก็ไม่ได้ดึงดูดให้คุณสนใจ คุณก็คงจะไม่อ่านต่อ เหมือนกับผู้อ่านที่กำลังจะกลายมาเป็นลูกค้า เขาก็คิดแบบเดียวกับเราเช่นกัน ดังนั้นเราก็ควรจะเขียน Copywriting ของเราให้กระชับใจความมากที่สุด รู้ว่าควรจะเขียนอะไร ใส่แต่ข้อมูลที่จำเป็น วาง Key message ที่ชัดเจนในประโยคแรกเพื่อดึงดูดคนอ่าน ไม่ยัดเยียดหรือเน้นขายมากเกินไป ใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและสนุกเวลาอ่าน และที่สำคัญคือทั้งหมดต้องให้คนอ่านรู้ว่าเขาจะได้รับอะไร และเราจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไร

จบด้วยคำกระตุ้นที่ทรงพลังเพื่อให้ผู้อ่านตัดสินใจ

หลังจากที่เราเขียนทุกอย่างตามขั้นตอนด้านบนแล้ว ก่อนจะจบเราต้องทำให้คนอ่านไม่ทิ้งสิ่งที่เขาเห็นนั้นไปเฉยๆ ซึ่งสิ่งที่เราต้องมีคือ คำกระตุ้นการตัดสินใจ เพื่อจะให้เขาเลือกทำอะไรสักอย่าง เช่น ซื้อสินค้าหรือบริการของเรา หรืออย่างน้อยๆ ก็ให้เขาได้คลิกเข้าไปดูรายละเอียดต่อ ส่วนนี้อาจจะใช้เทคนิคที่เรียกว่า FOMO (Fear of Missing Out) แปลได้ว่าการกลัวที่จะพลาดหรือเสียโอกาสตรงนั้นไป อย่างเช่นใช้คำว่า ส่งฟรี จำนวนจำกัด ซื้อตอนนี้ประหยัดไปอีก แถมฟรี เป็นต้น  

 

เป็นยังไงกันบ้างกับการเขียน Copywriting ให้โดนใจคนอ่าน ไม่ยากเลยใช่ไหมครับ สิ่งแรกที่เราต้องคิดก่อนเลยคือ เราต้องเข้าใจความรู้สึกของคนอ่าน จากนั้นก็กำหนดสิ่งต่างๆ ที่เราจะเขียนให้ชัดเจน และสื่อสารออกไปให้ตรงประเด็นมากที่สุด ยังไงก็ลองเอาไปปรับใช้งานกันได้นะครับ และอย่าลืมติดตามผลงานของเราได้ที่ GRASP ASIA

 

ขอบคุณที่มาข้อมูล: www.adespresso.com / www.karolakarlson.com