ปรับตัวรับ 5 ปรากฏการณ์ใหม่หลัง COVID-19 พลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส

หลัง Covid-19 อาจทำให้พฤติกรรมการตอบสนองเพื่อการดำรงชีวิตปรับเปลี่ยนไป ซึ่งพฤติกรรมหลายอย่างจะกลายเป็นความชอบและความเคยชินในเวลาต่อมา ทำให้กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ หรือที่เรียกว่า “New normal” ที่เราได้กล่าวถึงในบทความก่อนหน้านี้เรื่อง 7 แนวทางที่แบรนด์คุณต้องเปลี่ยนไปในยุค NEW NORMAL ซึ่งในแง่ของนักการตลาดแล้วย่อมมีความสำคัญอย่างมาก เพราะหากเข้าใจผู้บริโภคก็จะทำให้สามารถปรับตัวเข้ากับพฤติกรรมของพวกเขาได้ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ไปดูกันเลย

 

1. การซื้อของออนไลน์มีการเติบโตขึ้นอย่างมหาศาล

ถึงแม้ว่าการซื้อของออนไลน์จะไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะคนทั่วไปก็เริ่มซื้อของออนไลน์มากขึ้นอยู่แล้ว แต่ว่าหลังจากมีวิกฤติ Covid-19 ยิ่งทำให้คนเรามีอุปสรรคในการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น การซื้อของออนไลน์จึงกลายเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด คุ้นเคยที่สุด หิวก็กดสั่งเดลิเวอร์รี่ ของหมดก็แค่กดสั่งซื้อออนไลน์ ทุกอย่างเหมือนจะสะดวกสบายไปหมด จนทำให้แม้ว่าหลังหมดโควิดแล้ว คนก็ยิ่งติดใจและหันมาซื้อของออนไลน์กันเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน

 

2. ทุกอย่างจะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี

เทคโนโลยีจะทำลายรูปแบบธุรกิจเดิม ๆ และธุรกิจดั้งเดิมที่ไม่สามารถปรับตัวให้ทันต่อพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคได้ อาทิ การเรียนการสอนออนไลน์ แรงงานคนจะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยีและหุ่นยนต์มากขึ้น ซึ่งจะกระทบโดยตรงกับแรงงานและผู้เล่นในอุตสาหกรรมต่าง ๆ และเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาให้ธุรกิจเหล่านั้นปรับตัวให้ทันโลกที่หมุนเร็วขึ้น

 

3. ผู้บริโภคจะการซื้อสินค้าและบริการด้วยเหตุผลมากขึ้น

เนื่องจากเศรษฐกิจที่ฝืดเคืองและวิกฤติครั้งนี้ที่ทำให้เรารู้ว่าอะไรที่มีความจำเป็นในชีวิตและอะไรเป็นสิ่งที่ฟุ่มเฟือย ดังนั้นการจับจ่ายใช้สอยด้วยเหตุผลจะเป็นที่นิยมมากกว่าอารมณ์ อาทิ การซื้อที่อยู่อาศัยที่จะเน้นความคุ้มค่ามากกว่าความสวยงามและราคาที่เกินจริง สินค้าและบริการที่ฟุ่มเฟือยจะถูกลดลงและเปลี่ยนมาเป็นเงินออม เช่น สินค้าเครื่องประดับ เสื้อผ้า กระเป๋าราคาแพง ตลอดจนการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวข้อง เพราะคนจะตัดค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไป ทำให้ธุรกิจประเภทนี้ได้รับผลกระทบโดนตรง แต่หากสามารถสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้สินค้าหรือบริการที่เน้นความคุ้มค่าเงิน ธุรกิจก็ยังจะสามารถค้าขายดำเนินต่อไปได้

 

4. ก้าวสู่สังคมปลอดเชื้อ

จะเป็นแนวคิดและแนวทางปฏิบัติในที่สาธารณะ จะมีมาตรการป้องกันและตรวจหาเชื้อโรคเพื่อป้องกันการระบาดของโรคอื่นๆ ในอนาคต เช่น การรณรงค์เรื่องความสะอาดถูกสุขอนามัยในที่สาธารณะ การตรวจเช็คป้องกันคนไม่สบายในการร่วมกิจกรรมสาธารณะ หรือเดินทางด้วยขนส่งมวลชนสาธารณะและระหว่างประเทศ การทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อในสถานที่สาธารณะจะมีความเข้มข้นขึ้น กิจกรรมรวมตัวในที่สาธารณะ เช่น คอนเสิร์ต การชุมนุม การจัดงานวิ่งมาราธอน จะมีมาตรการสาธารณสุขใหม่ ๆ มารองรับ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพมากขึ้น

 

5. กิจกรรมบริการจะมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น

กิจกรรมการบริการต่าง ๆ เช่น การนวด สปา เสริมสวย ตลอดจนการพบแพทย์หรือรับยาออนไลน์ จะทำโดยผ่านการนัดหมายเวลาเพื่อป้องกันการรวมตัวกันโดยไม่จำเป็น เพราะนอกจากเวลาจะเป็นสิ่งที่มีค่าแล้ว ความเสี่ยงในการรวมตัวกันจะถูกลดโดยการนัดหมายด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ผู้ให้บริการด้านนี้ควรเตรียมพร้อมรับมือให้ทันท่วงที

 

แม้ว่าผู้บริโภคจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงมากแค่ไหนก็ตาม แต่ในแง่ของการตลาดย่อมมีวิธีที่เหมาะสมเข้ามารอบรับได้เสมอ ซึ่งที่ Grasp Asia บริษัทเอเจนซี่ที่ทำการตลาดให้แบรนด์ดังและบริษัทชั้นนำมามากมาย มีบริการ Customer Experience และเข้าใจการทำการตลาดแบบ Marketing Automation ที่เข้ามาผสมผสานทำเข้าใจความต้องการผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

ภาพโดย mohamed Hassan จาก Pixabay