7 กฎเหล็กของ UX ที่คุณต้องรู้ !!

7 กฎเหล็กของ UX ที่คุณต้องรู้ !!

เมื่อ UX ถูกนำมาใช้อย่างเพิ่มขึ้น การออกแบบ UX อย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งที่เราควรคำนึง การพัฒนาให้ทันสมัยจึงเป็นสิ่งสำคัญละจำเป็นตลอดมา GRASP ASIA จะพาคุณไปรู้จักกับ 7 กฎเหล็กของการเป็น UX มาบอกกัน

1.การออกแบบสำหรับผู้ใช้งาน

 “ไอเดียดีๆ” เกิดขึ้นและผ่านไปอย่างรวดเร็วตามกาลเวลา ไม่มีไอเดียไหนดีที่สุดหากคุณหยุดพัฒนาความคิดและผลงาน ดั้งนั้นผู้ออกแบบ UX ควรคำนึงอยู่เสมอว่านอกจากจะออกแบบเพื่อความสวยงามต้องตามใจผู้ใช้งานด้วยนะ ออกไปหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ ไอเดียดีๆก็จะตามมาเองอย่างไม่สิ้นสุด หรือการตั้งคำถามง่ายๆกับผู้ใช้งานของคุณหรือการสร้างแบบสอบถามขึ้นมา เป็นวิธีง่ายๆที่ไม่ต้องสิ้นเปลืองและเสียเวลาอีกทั้งยังได้รู้ในสิ่งที่ผู้ใช้งานต้องการโดยตรง เพียงแต่คุณต้องยอมรับให้ได้ทั้งความคิดเห็นในด้านบวกและด้านลบ จงคิดเสมอว่าข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานจะเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่าที่สุดของเรา!

➤ การทดสอบผู้ใช้งาน

แน่นอนว่านักออกแบบ UX ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าการทดสอบผู้ใช้งานคืออะไรและเคยได้ยินมาอย่างนับไม่ถ้วน และสิ่งที่ควรทำก็คือ รักษารายชื่อผู้ทดสอบที่มีความภักดีและใช้งานบ่อยครั้งและให้สิทธิ์การเข้าถึงฟรีเพื่อแลกกับความคิดเห็นทั่วไปของผู้ใช้งานเป็นการตอบแทน

➤ รวบรวมข้อเสนอแนะ

นักออกแบบ UX ทุกคนต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับผู้ใช้งานทั้งในชีวิตจริงและทั้งในเครื่องมือทดสอบเพื่อการเข้าถึงผู้ใช้งานได้อย่างมากขึ้น การสอบถามแบบตัวต่อตัวจึงเป็นวิธีเดียวที่จะได้รับข้อเสนอแนะที่มีคุณภาพที่สุด การใช้ Zapier ถือเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือทางเลือกที่มีประโยน์

2.ให้ความชัดเจนที่แน่นอน

หากผู้ใช้งานเกิดความสับสนจะส่งผลให้ความเชื่อมั่นในตัวแบรนด์ลดน้อยลงและอาจทำให้เลิกใช้งานไปได้เลยความน่ากลัวคือผู้ใช้งานมีทางเลือกอื่นอีกมากมายที่ดีกว่าซึ่งพวกเขาจะเปลี่ยนใจไปจากเราเมื่อไหร่ก็ได้ ดังนั้นควรสร้างคาเรคเตอร์ให้กับงานของคุณ

➤ สี ใช้สีที่สีสามารถสร้างการจดจำให้กับผู้ใช้งานได้เป็นอย่างดี

➤ หลักการออกแบบมีความเป็นสัดส่วน ดูง่าย สบายกับผู้ใช้งาน

➤ การช่วยให้องค์ประกอบโดดเด่นควรปรับคอนทราสต์ให้เหมาะสมกับ สีข นาดความลึก และอื่น ๆ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความคมชัดดึงดูดผู้ใช้งาน

➤ความซ้ำซ้อน การตอกย้ำแนวคิดผ่านการทำซ้ำเป็นอีกวิธีที่แน่นอนในการเพิ่มความชัดเจน

➤ความเป็นสัดส่วน สัดส่วนอาจคล้ายกับคำว่าขนาดแต่มีความแตกต่างพื้นฐานอย่างหนึ่งคือ สัดส่วนเป็นการวัดที่สัมพันธ์กันขนาดคือการวัดในตัวเอง เราสามารถปรับภาพให้เหมาะสมโดยทำให้มั่นใจว่าองค์ประกอบที่สำคัญจะโดดเด่นด้วยขนาดที่ค่อนข้างสัมพันธ์กับองค์ประกอบอื่น ๆ

➤UX copy สุดท้ายสิ่งที่สําคัญคือการครีเอทคำหรือตัวอักษรที่จะแสดงให้เห็นถึงเจตนาของปุ่มมี่คุณสร้างขึ้นมาว่าเป็นอย่างไร ในบริบทนั้นสามารถใส่ให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าดูคูลๆที่รับรู้ในสิ่งๆนั้น

3.ผู้ใช้งานสามารถควบคุมเองได้

ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่มีเทคโนโลยีเพื่ออ่านใจ แต่เราสามารถสร้างความแตกต่างด้วยการกำหนดคุณสมบัติมาให้เลือก เช่น สี ขนาด และอื่นๆ เพื่อให้ผลการค้นหาถูกจำกัดให้แคบลงโดยตัวกรอง ผู้ใช้จึงต้องปรับแต่งประสบการณ์ของพวกเขาเองเพื่อการค้นหา

4.การคาดเดาและปรับตัว

ปุ่มตัวเลือกที่เยอะแยะมากมายมีผลต่อการตัดสินใจของผู้ใช้งาน ดั้งนั้นการลดขั้นตอนในการใช้งานหรือลดปุ่มตัวเลือกให้น้อยลงจะทำให้ผู้ใช้งานพึงพอใจมากที่สุด การรักษาเค้าโครงให้น้อยที่สุดทั้งแนวคิดและภาพก็จะสามารถช่วยให้ผู้ใช้งานตัดสินใจได้เร็วขึ้น AIจะช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องค้นหา ตัวอย่างก็คือ

  • อ่านเพิ่มเติม
  • สิ่งคุณสนใจที่คล้ายกัน
  • สินค้าที่คุณอาจชอบ
  • สินค้าที่มีคนสั่งซื้อเช่นกัน

ส่วนประกอบของ UI ประเภทนี้จะถูกสร้างขึ้นจากข้อมูลไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่รวบรวมจากผู้ใช้เองหรือรวบรวมจากผู้ใช้รายอื่น ประสบการณ์ส่วนบุคคลได้พิสูจน์แล้วว่ามีคุณค่าอย่างมากปรับปรุงและพัฒนารวมไปถึงการต่อยอด

5.ความสอดคล้องและนวัตกรรม

ความสอดคล้องมีส่วนช่วยสร้างประสบการณ์ผู้ใช้งานและเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างแบรนด์ ในการออกแบบผู้ใช้งานเพียงแค่คาดหวังจะเจอกับสิ่งต่าง ๆ ที่เหมาะสม อย่างไรก็ตามนวัตกรรมสามารถเป็นตัวเปลี่ยนเกมได้และการขาดความสอดคล้องอาจมีผลกับผู้ใช้งานในระยะยาว ในสถานการณ์นี้การทำ UX ที่คิดมาอย่างดีที่โดยการช่วยแนะนำผู้ใช้งานแอพหรือคุณสมบัติอื่นๆจะช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้งานได้

6.ปฏิบัติต่อผู้ใช้งานทั้งในฐานะผู้ใช้งานและลูกค้า

ผู้ใช้งานคือคนที่ใช้แอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ แต่ผู้ใช้บางคนก็อยู่ในฐานะของลูกค้าเพราะพวกเขาจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการจากเรา หลายแบนรด์ละเลยการเอาใจใส่ผู้ใช้งานหรือลูกค้าเก่าและต้อนรับแต่ผู้ใช้งานใหม่ ดังนั้นจึงควรปรับตัวและให้ความความสำคัญกับผู้ใช้งานทั้งเก่าและใหม่อย่างเท่าเทียมกัน ประสบการณ์ของลูกค้าที่ไม่ดีอาจหมายความว่าพวกเขาจะไม่กลับมาใช้งานอีก และหากมีความคิดเห็นที่ไม่ดีอาจทำให้ผู้ใช้รายอื่นไม่อยากเข้ามาใช้บริการเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชัน

➤CX หรือ Customer experience

หากคุณอยากรู้เกี่ยวกับวิธีการปรับปรุงเพื่อประสบการณ์ของที่ดีของลูกค้า ควรมีการให้อัปเดตการใช้งานฟรี ผู้ใช้งานสามารถแจ้งปัญหาหรือสอบถามในการใช้งานได้ตลอดเวลา หรือมีข้อความทักทายผู้ใช้งาน บางทีมันจะแสดงให้เห็นว่าเราอยู่ใกล้ ๆ สิ่งที่ทําให้ประสบการณ์ของลูกค้ามีความยิ่งใหญ่คือการใส่ใจทุกรายละเอียดแม้กระทั่งเล็กๆน้อยๆในเรื่องของการใช้งานและรับฟังปัญหา น้อมรับความคิดเห็นของผู้ใช้งานเสมือนว่าผู้ใช้งานเป็นเพื่อนหรือคนสำคัญ ยิ่งถ้าหากคุณรู้จักชื่อของผู้ใช้งานและใช้มันทุกครั้งในการการสนทนาจะทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกใกล้ชิดกับเรามากยิ่งขึ้น

7.การมอบคุณค่า

ในฐานะมนุษย์เรามักจะมองหาความพึงพอใจอย่างต่อเนื่องและไม่มีที่สิ้นสุด หากสามารถทําให้ผู้ใช้งานนึกถึงข้อดีของการใช้งานแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์ความสําเร็จก็จะสูงขึ้น การปฏิบัติทุกขั้นตอนให้เหมือนการผจญภัยที่สนุกสนานและมีเป้าหมายได้รับประโยชน์จะส่งผลให้ผู้ใช้งานรักในการใช้งานแอปพลิเคชันหรือเว็บไซต์นั้นๆ

เช่นเดียวกันกับ Grasp Asia ที่ทำงานโดยการคำนึงถึงผู้ใช้งานเป็นหลักในเรื่องของรูปแบบ ดีไซน์ และความพึงพอใจอื่นๆ เพื่อทำให้ผู้ใช้งานหรือลูกค้าของเราได้งานที่ดีที่สุด ถูกใจที่สุด และคุ้มค่าที่สุด