3 กลยุทธ์ Video Advertising ที่ไม่ควรมองข้าม

ในบางครั้งวีดิโอโฆษณาบางตัวก็สามารถหยุดสายตาเราได้เพียงไม่กี่วินาที ด้วยข้อความ และความเคลื่อนไหวของวีดิโอที่ทำให้รู้สึกดึงดูดจากการชี้นำด้วยภาพ และไอเดียที่จดจำได้ง่าย จากการวิจัยพบว่าผู้ใช้งานโดยเฉลี่ยสามารถจดจำข้อความได้ถึง 95% เมื่อมาในรูปแบบของวีดิโอ แม้แต่ search engines ก็ยังให้ความสำคัญกับวีดิโอเป็นอย่างมากในการจัดอันดับผลการค้นหา การใส่วีดิโอโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต่าง ๆ สามารถช่วยเพิ่มอันดับ SEO ให้กับแบรนด์ได้ด้วย มาดูกลยุทธ์ในการดึงดูดลูกค้า และสร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่งทางออนไลน์ด้วย Video Advertising ดีกว่า

1.มองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก

ต้องบอกก่อนว่าโฆษณาบนโทรศัพท์มือถือมักถูกโจมตีด้วยเนื้อหาที่มีความถี่สูงกว่าคนที่มองเห็นบนเดสก์ท็อป ดังนั้นในการตั้งค่าการมองเห็นต่อครั้งให้น้อยที่สุดจะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงเนื้อหาได้ดียิ่งขึ้น ควรพิจารณาถึงการใช้ข้อความ และกราฟิกที่เคลื่อนไหวได้บนวิดีโอ เช่น คนส่วนใหญ่มักใช้โทรศัพท์มือถือในที่สาธารณะ หากวีดิโอเสียงดังออกมากลุ่มเป้าหมายก็จะเลื่อนผ่านไปในทันทีควรตั้งค่าวีดิโอให้ปิดเสียงมาก่อน และที่สำคัญกว่าคือพิจารณาให้ทั่วถึงผู้ฟังที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน สิ่งสำคัญคือต้องพึ่งพาการสื่อสารด้วยภาพมากขึ้นให้เข้าใจประเด็นโดยที่ไม่ต้องฟังเสียงก็ได้ ให้ใส่คำอธิบายภาพลงในวีดิโอ เพียงแค่นี้ก็จะสามารถช่วยรักษาความสนใจของผู้ดูได้

2.สื่อให้ลูกค้ามองเห็นถึงคุณค่า

ก่อนที่จะเจาะลึกถึงการปรับแต่งและแง่มุมทางเทคนิคที่สามารถเพิ่มประสิทธิภาพโฆษณาวิดีโอของคุณบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้อย่างเต็มที่ คุณต้องมีแนวคิดที่มีประสิทธิภาพสำหรับวีดิโอของคุณที่จะช่วยให้วิดีโอของคุณโดดเด่นท่ามกลางคู่แข่งในตลาดดิจิทัลนับพันราย วิธีที่ดีที่สุดคือถามเสมอว่าโฆษณาของคุณสร้างคุณค่าให้กับผู้ชมเป้าหมายของคุณหรือไม่ ผู้โฆษณาที่มีสายตาสั้นจะมุ่งเน้นที่การแสดงผลิตภัณฑ์ของตนไว้ด้านหน้าและตรงกลาง และแม้ว่าวิธีนี้อาจใช้ได้กับบางแบรนด์ แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะพิจารณาว่าเนื้อหาประเภทนี้เป็นสแปมและไม่น่าสนใจ และใครจะตำหนิพวกเขาได้ สิ่งที่ใช้ได้ผลดีกว่าในระยะยาวคือวิธีที่ลูกค้าเป็นศูนย์กลางสำหรับวิดีโอบนมือถือ คุณต้องการสร้างแรงบันดาลใจ สร้างความบันเทิง หรือมีส่วนร่วมกับลูกค้าของคุณตามความสนใจและค่านิยมหลักของพวกเขา เพราะอย่างที่ Seth Godin กล่าวว่า "การตลาดไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่คุณสร้างอีกต่อไป แต่เกี่ยวกับเรื่องราวที่คุณขาย"

3.ใช้ Call-to-Action เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจ

การสร้างวีดิโอที่น่าดึงดูดหากไม่มีแรงบันดาลใจให้คนที่ดูว่าต้องทำอะไรเขาก็จะเลื่อนผ่านไปเฉย ๆ จึงควรมีเพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า CTA หรือคำกระตุ้นการตัดสินใจที่ชัดเจนจึงจำเป็นอย่างมาก

Call-to-Action ควรใส่อย่างไร ?

● ใส่ Call-to-Action กระตุ้นให้ผู้ชมดำเนินการทันทีก่อนที่วีดิโอจะเริ่ม

● วาง Call-to-Action ที่กลาง ๆ ของโฆษณา ตรงไหนก็ได้ในวีดิโอ โดยทั่วไปควรอยู่ในจุดที่คนเห็นโฆษณาควรมีส่วนร่วมมากที่สุด

● Call-to-Action ในตอนท้าย การวาง CTA ในตอนท้ายจะช่วยให้กลุ่มเป้าหมายที่เป็น HOT ก้าวเข้ามามีส่วนร่วมกับสินค้า และบริการของแบรนด์มากขึ้น

 

การใช้ Video Advertising สามารถช่วยสื่อสารในสิ่งที่แบรนด์ต้องการได้อย่างน่าสนใจ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มยอดขาย ซึ่งอาจไม่ใช้วีดิโอในรูปแบบขายตรงเสนอไป ควรสร้างสรรค์ออกมาในรูปแบบการสื่ออารมณ์ สร้างแรงบันดาลใจ โดยที่การเล่าเรื่องจะช่วยให้แบรนด์สามารถสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับลูกค้าได้จะทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมกับสินค้า หรือบริการได้ดียิ่งขึ้น

 

 

ที่มา : https://www.lemonlight.com/blog/the-8-best-strategies-for-mobile-video-ads-in-2021/

https://www.adamp.tv/5-reasons-why-you-should-give-video-ads-a-go/

ผลงานอื่นๆ

รู้ข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อยอดขายแบบ HIGH PERFORMANCE
รู้ข้อมูลเชิงลึกของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อยอดขายแบบ HIGH PERFORMANCE
5 ประโยชน์จากการใช้ Marketing Automation ที่นักการตลาดยุคใหม่ต้องรู้
5 ประโยชน์จากการใช้ Marketing Automation ที่นักการตลาดยุคใหม่ต้องรู้
ความลับของการทำ E-mail marketing ที่มีประสิทธิภาพ
ความลับของการทำ E-mail marketing ที่มีประสิทธิภาพ