10 ข้อผิดพลาดของโฆษณาบน Instagram ที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ (Ep.2)

ถ้าจำกันได้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเรานำเสนอตอนแรกของเรื่อง 10 ข้อผิดพลาดของโฆษณาบน Instagram ที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ กันไปแล้ว 5 ข้อ ซึ่งเราหวังว่าใครที่เห็นและได้อ่านไป มันจะช่วยให้คุณทำโฆษณาบนอินสตาแกรมได้ดีขึ้นไม่มากก็น้อย โดยวันนี้เราจะมาบอกอีก 5 ข้อที่เหลือกันว่ามีอะไรบ้างที่เราควรทำ และไม่ควรทำ เมื่อต้องทำการตลาดบนแพลตฟอร์มยอดฮิตนี้ ถ้าพร้อมแล้วตามไปอ่านต่อได้เลยครับ

 

6. เน้นเป้าหมายระยะสั้นมากเกินไป

แน่นอนอยู่แล้วว่าเมื่อคุณทำโฆษณาลงไปใน Instagram หรือแพลตฟอร์มไหนๆ ก็แล้วแต่ คุณย่อมมองหาผลลัพธ์ที่จะได้เป็นอันดับแรก ซึ่งส่วนมากแล้วการจะให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุดมักจะมาจากการใช้งานระยะยาว แต่หลายคนเลือกที่จะโฟกัสในระยะสั้นๆ แบบซื้อปุ๊บได้ปั๊บ แต่ถ้าเกิดคุณรู้ถึงการได้ประโยชน์ระยะยาวจากการทำการตลาดบนอินสตาแกรม และวางแผนการทำโฆษณาให้ดี คุณก็จะได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดีที่สุด โดยวิธีการแก้ไขง่ายๆ ก็คือ สร้างคอมมูนิตี้ของแบรนด์คุณขึ้นมา ซึ่งนี่เป็นส่วนหนึ่งของการทำโฆษณาบนอินสตาแกรมอยู่แล้ว การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้ใช้งาน เพื่อให้พวกเขารู้จักแบรนด์ของคุณ จนเกิดการมีส่วนร่วม และเมื่อลูกค้าไว้วางใจคุณแล้ว ก็เตรียมพร้อมรับความสำเร็จในระยะยาวที่จะตามมาได้เลย

7. ละเลยข้อมูลของตัวเอง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่รู้จักแบรนด์ดีที่สุดยังไงก็ต้องเป็นตัวคุณเอง ไม่ใช่ลูกค้าหรือใครที่ไหน ซึ่งการโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มอินสตาแกรมจะสร้างข้อมูลได้เยอะแยะมากมาย เราจึงไม่ควรทำพลาดด้วยการละเลยข้อมูลของตัวเองที่คุณรู้อยู่แล้ว เพราะบางทีอาจเสียประโยชน์ตรงนั้นไป ส่วนวิธีที่จะช่วยคุณได้ก็คือการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ของโซเชียลมีเดีย โดยหลักๆ เครื่องมือที่ใช้ดูข้อมูลโฆษณาบนอินสตาแกรมจะมีอยู่ 2 อย่างคือ Facebook Ads Manager และ Instagram Insights หรืออีกอย่างที่นักการตลาดมักจะใช้ก็คือ Hootsuite Social Advertising

8. ไม่ทดสอบคอนเทนต์ตัวเอง หลายคนพอทำคอนเทนต์เสร็จปุ๊บ ก็พร้อมลงเลยทันที โดยที่ไม่เคยเช็คก่อนว่าสิ่งที่คุณทำลงไปจะได้ผลลัพธ์ที่ดีหรือเปล่า ซึ่งจากเครื่องมือวิเคราะห์โซเชียลมีเดียที่มีอยู่ทุกวันนี้ เราสามารถทดสอบได้ว่าเนื้อหาคอนเทนต์แบบไหนจะตรงใจกลุ่มผู้ชมบ้าง เพื่อให้เราได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

โดยวิธีการแก้ไขก็จะมีอย่างการทำ A/B Testing ที่ถือเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพมากๆ ที่จะตัดสินว่าผู้ชมชอบแบบไหน ซึ่งการทำ A/B Testing คือการทำโฆษณาสองเวอร์ชันที่คล้ายกันมาก แต่จะแสดงให้ผู้ชมสองกลุ่มเห็นต่างกัน ก็จะทำให้เราเห็นว่าประสิทธิภาพของอันไหนทำได้ดีกว่า และอีกอย่างก็คือเลือกลงโฆษณาในช่วงเวลาที่เหมาะสม แน่นอนว่าถ้าลงตอนคนหลับหมดแล้ว ก็ไม่มีใครเห็นแน่นอน ซึ่งตรงนี้ Hootsuite ช่วยคุณได้ ด้วยการพิจารณาช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลงโฆษณาบนอินสตาแกรม

9. ทำโฆษณาไม่ตรงกับสถานที่ที่เหมาะสม

หลายคนทำโฆษณาลงอินสตาแกรมหรือแพลตฟอร์มอื่นๆ ไป โดยที่ลืมดูว่าสถานที่ที่เราตั้งไว้มันตรงกับกลุ่มเป้าหมายหรือเข้ากับสินค้าของเราหรือเปล่า ลองคิดดูนะครับว่าสมมุติคุณจะขายรองเท้า Sneakers เท่ๆ แต่คุณดันไปตั้งโลเคชั่นตอนลงโฆษณาอยู่ที่จังหวัดเล็กๆ ที่คนไม่สนใจจะซื้อสินค้าประเภทนี้ ยังไงรองเท้าคุณก็ขายไม่ออกหรือไม่ก็ใช้เวลานานกว่าจะขายได้ แต่ถ้าคุณปรับเปลี่ยนโลเคชั่นให้เหมาะสมเป็น กรุงเทพฯ หรือจังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งมันใช้เวลาไม่นานก็จะมีคนมาสนใจและซื้อรองเท้าของคุณแน่นอน

10. ละเลยประสบการณ์ของผู้ใช้ในหน้า Landing Page

การมีโฆษณาที่ดีถือเป็นก้าวแรกที่ทำให้ผู้ชมมีประสบการณ์ที่ดีกับแบรนด์ของคุณ และอาจกลายมาเป็นลูกค้าในที่สุด แต่ถ้าโฆษณาที่คุณทำพาผู้ชมไปหน้า Landing Page ที่พอดูแล้วงงและใช้งานยากเหลือเกิน โฆษณาที่คุณทำไว้ดีก็จะไม่มีค่าในทันที ดังนั้นการทำหน้า Landing Page ให้สอดคล้องกับโฆษณาที่คุณลงไปก็จะช่วยได้มากเลย หลักๆ เลยคือต้องใช้งานง่าย มีเนื้อหาชัดเจน ประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับ และตบท้ายด้วย Call to Action โดนๆ ที่จะทำให้พวกเขาตัดสินใจซื้อของคุณในทันที

 

เป็นยังไงกันบ้างครับกับข้อผิดพลาดของการทำโฆษณาบน Instagram ที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ อีก 5 ข้อที่เรามาบอกทุกคนกันวันนี้ เชื่อว่าถ้าใครได้อ่านแล้ว และเอาไปลองทำหรือปรับปรุงตามทั้ง 10 ข้อ การโฆษณาบนแพลตฟอร์มยอดฮิตอย่าง Instagram จะต้องได้ผลดีขึ้นไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน เพราะอย่างน้อยเมื่อขั้นตอนหรือวิธีการไม่ผิดพลาด ทีนี้ก็จะขึ้นอยู่กับคอนเทนต์ของคุณแล้วแหละครับว่าจะมัดใจผู้ชม และทำให้พวกเขากลายมาเป็นลูกค้าได้หรือเปล่า

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : adespresso.com/blog/instagram-ads-mistakes

ผลงานอื่นๆ

เครื่องมือออนไลน์ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กับ Instagrammable
เครื่องมือออนไลน์ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ กับ Instagrammable
วิธีวัดความสำเร็จของ CX
วิธีวัดความสำเร็จของ CX
ความต่างระหว่าง AdTech และ MarTech
ความต่างระหว่าง AdTech และ MarTech