อย่าปล่อยให้เว็บไซต์ไร้การอัปเดต เพราะมันจะเป็นเหตุให้ลูกค้าเมิน

หลายธุรกิจมีเว็บไซต์ที่เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการขายสินค้า ในบางแบรนด์ใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางหลักในการขายสินค้าเลยก็ว่าได้ เพราะเว็บไซต์เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถนำเสนอเนื้อหาในสิ่งที่แบรนด์ต้องการสื่อสารได้เกือบทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่การทำความรู้จักกับสินค้า ให้ความรู้ต่าง ๆ ข่าวสาร ไปจนถึงการสั่งสินค้า และชำระเงินได้บนเว็บไซต์เลย เรียกว่าครบจบในที่เดียว เพราะบางคนก็ไม่สะดวกที่จะซื้อผ่าน Facebook บ้าง ขี้เกียจรอแอดมินมาตอบบ้าง ซื้อบนเว็บไซต์จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่เป็นส่วนตัว และใช้งานง่าย

หน้าที่สำคัญของแบรนด์คือต้องทำให้เว็บไซต์ตอบโจทย์กับการใช้งานของลูกค้าอยู่เสมอ สิ่งที่สำคัญที่สุกคือการอัปเดตเว็บไซต์ให้สดใหม่อยู่เสมอไม่ว่าจะเป็น สินค้า รูปแบบ ระบบการใช้งาน เป็นต้น

มาดูกันดีกว่าว่าในการอัปเดตเว็บไซต์ควรที่จะบ่อยแค่ไหน ?

1.Patches & Updates

แพตช์เฉพาะด้านความปลอดภัย ปลั๊กอิน และการอัปเดตเวอร์ชั่น ควรอัปเดตทันทีอย่างสม่ำเสมอให้พร้อมใช้งาน แพลตฟอร์ม CRM (Customer Relationship Management) ส่วนใหญ่ในปัจจุบัน Patches & Updates จะเสนอตัวเลือกอัตโนมัติสำหรับการอัปเดต ซึ่งดีสำหรับเว็บไซต์ทั่วไป แต่สำหรับเว็บไซต์ที่มีความซับซ้อน มีการเข้าชมสูง หรือเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ แพตช์และการอัปเดตควรเสร็จสิ้นก่อนที่จะเริ่มปล่อยให้ลูกค้าเข้าใช้งาน

2.มี Content ใหม่ ๆ อยู่เสมอ

Blog เป็นสิ่งที่น่าสนใจที่สุดในการทำให้เว็บไซต์เคลื่อนไหว หากมีการอัปเดต Blog ได้สัปดาห์ละครั้ง ก็อาจจะทำให้ Google จัดทำดัชนีเว็บไซต์ให้ขึ้นเป็นอันดับต้น ๆ ง่ายขึ้น อีกทั้ง Blog บนเว็บไซต์ใหม่ ๆ มีความสำคัญมาก และใส่ Keyword เพื่อให้เครื่องมือการค้นหาทำงานเป็นอย่างดีในการจัดอันดับเว็บไซต์ ซึ่งจะทำให้การเข้าชมหน้าเว็บเพิ่มมากขึ้นด้วย สิ่งที่อยากจะแนะนำเพิ่มเติมคือการเขียน Blog เกี่ยวกับคำถามที่พบจากลูกค้าบ่อยก็จะทำให้ลูกค้าสนใจที่จะอ่านมากขึ้นด้วย

3.เพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ให้น่าสนใจ

เพื่อปรับปรุง CX ให้ดีขึ้น การเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ ๆ มักเป็นสิ่งที่เว็บไซต์สมัยใหม่ทำกัน โดยการนำเสนอฟังก์ชันต่างๆ เช่น ฟังก์ชันแชท ปฏิทินการนัดหมาย หรือ E-book ต่าง ๆ รวมถึง Blog ด้วยก็ได้ เพราะสิ่งเหล่านี้จะสามารถเป็นส่วนเสริมที่ดีสำหรับ CX นอกจากนี้ยังต้องคอยอัปเดตเว็บไซต์อยู่เสมอทั้ง Mobile และ Desktop เพื่อปรับให้เข้ากับเทรนด์ใหม่ๆ ซึ่งช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้บนทุกแพลตฟอร์ม และทุกอุปกรณ์ อีกทั้งยังโหลดได้อย่างรวดเร็วในอุปกรณ์เคลื่อนที่ นอกจากนี้ยังช่วยลดอัตราตีกลับของเว็บไซต์ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการจัดอันดับ SEO ของเว็บไซต์ด้วย

4.เปลี่ยนรูปแบบใหม่ของเว็บไซต์

แม้ว่าจะไม่ใช่ทุกธุรกิจที่ต้องการรีแบรนด์ใหม่ทุก ๆ สองสามปี แต่การปรับเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์ก็สามารถช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าแบรนด์ของคุณดูใหม่ และน่าสนใจมากกว่าเดิม ที่สำคัญคือ โลโก้ ฟอนต์ และสีของแบรนด์จะต้องไม่ดูไม่จืดชืด รูปในเว็บไซต์ต้องดึงดูด ทันสมัย ให้ดูมีความสมัยใหม่อยู่ตลอด และการมีรูปทีมงานก็จะช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าเข้าใจว่า คุณเป็นใคร? ก่อนที่จะติดต่อคุณ เราจะบอกว่าลูกค้าชอบความสดใหม่ ลองคุณดูว่าถ้าคุณเป็นลูกค้าคุณก็ต้องการที่จะเห็นอะไรใหม่ ๆ ทันสมัย ไม่ซ้ำซาก น่าเบื่อ ซึ่งในหลายครั้งที่แบรนด์มองข้ามความสดใหม่ ใช้รูปเดิม ๆ 6-7 ปี รูปแบบการใช้งานแบบเก่า ๆ อาจแสดงถึงความไม่ใส่ใจ และทำให้ลูกค้ามองข้ามคุณได้เช่นกัน

 

 

ที่มา : https://brandastic.com/blog/how-often-do-you-need-to-update-a-website/

ผลงานอื่นๆ

ค้นหาลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ธุรกิจปังในระยะยาว
ค้นหาลูกค้าที่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้ธุรกิจปังในระยะยาว
เทคนิคเพิ่ม Website Traffic ให้มีประสิทธิภาพ
เทคนิคเพิ่ม Website Traffic ให้มีประสิทธิภาพ
ทำ Email Marketing อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ
ทำ Email Marketing อย่างไรให้ประสบความสำเร็จ