ย้ายธุรกิจจากออฟไลน์มาสู่ออนไลน์ เพิ่มยอดขายได้หลายเท่า

การมีธุรกิจเล็ก ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนใฝ่ฝันไม่ว่าจะเป็นสินค้า หรือบริการ ก็ตาม เพราะการมีธุรกิจเป็นของตัวเองถือได้ทำในสิ่งที่เกี่ยวกับความชอบส่วนตัวไปด้วย เลือกเวลางานเองได้ รวมถึงการบริหารจัดการระบบงานเองให้เป็นไปอย่างที่เราต้องการ เรามักจะเคยได้ยินว่า การทำธุรกิจเองไม่ใช่เรื่องยากแต่ก็ใช่ว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ หากในวันนี้ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไร ลองอ่านเทคนิคเล็ก ๆ ที่เราไปเจอมาซึ่งน่าสนใจมากเลยทีเดียว

วิธีเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์

1.การเลือกช่องที่ทำกำไรได้ และวางแผนพัฒนาหาเป้าหมายของความสำเร็จที่ต้องการ

รู้สิ่งที่อยากนำเสนอ หรืออยากจะทำ ระบุแนวคิดทางธุรกิจใหม่ สิ่งนี้อาจมาจากความสนใจส่วนตัว ประสบการณ์จากที่เคยพบเจอมาก็ได้ ศึกษาตลาด ศึกษาคู่แข่ง ว่าใครทำอะไรไปบ้างและผลลัพธ์เป็นอย่างไร สำคัญที่สุดคือการโฟกัสในสิ่งที่ทำเงินให้กับธุรกิจ พัฒนาสินค้า หรือบริการของคุณ ให้น่าสนใจจนสามารถดึงดูดผู้คนให้เข้ามาเป็นลูกค้าให้ได้ การวางรากฐานกลยุทธ์ดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพสำหรับธุรกิจถึงแม้จะเป็นงานยาก แต่ก็จะช่วยให้คุณประหยัดเวลา และเงินได้มากในระยะยาว

ทำการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และสิ่งที่เป็นผลกระทบต่อธุรกิจ (SWOT)

การเปลี่ยนออฟไลน์ให้เป็นธุรกิจออนไลน์เป็นวิธีที่ดีในการเข้าสู่ตลาด ซึ่งการวิเคราะห์ SWOT จะช่วยคุณได้ การวิเคราะห์ SWOT ย่อมาจากจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และสิ่งที่เป็นผลกระทบต่อธุรกิจ การระบุปัจจัยเหล่านี้ทั้งหมดจะช่วยให้คุณสามารถจัดทำแผนธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงมีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่งด้วย โดยจะสามารถสามารถเปลี่ยนงานอดิเรกให้กลายเป็นธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ค้นหาโอกาสทางธุรกิจออนไลน์

เข้าใกล้ลูกค้าของคุณให้มากขึ้นด้วยการเข้าไปอยู่ เข้าไปรับรู้ ในส่วนของการแลกเปลี่ยนความเห็นกันของลูกค้า และกลุ่มเป้าหมาย รับฟังลูกค้าของคุณเพื่อค้นหาสิ่งที่พวกเขากำลังมองหาจริงๆ ใช้ Google เทรนด์เพื่อติดตามข่าวสารล่าสุด รวมถึงใช้เครื่องมือวิจัยสินค้าที่จะช่วยให้คุณค้นพบวิธีการใหม่ที่จะนำเสนอ

 

2.ดีไซน์ร้านค้าออนไลน์ให้ดึงดูดใจ

การออกแบบเว็บไซต์ให้สวยงาม และใช้งานง่ายมีความสำคัญมาก รองลงมาก็คือเนื้อหาของเว็บไซต์ จุดประสงค์ของการทำหน้าเว็บไซต์ก็คือ

- first impression แรกเมื่อได้เห็นร้านค้าออนไลน์ของคุณจะทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่าย และเร็วขึ้น การออกแบบหน้าเว็บไซต์จึงเป็นจุดเริ่มต้นของความประทับใจ หากไม่ดีหรือไม่ประทับใจก็จะส่งผลให้ลูกค้าไม่มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อแบรนด์ของคุณ

- ใครว่าโทนสีของเว็บไซต์ไม่สำคัญ ! ประสบการณ์ของผู้ใช้ หรือ CX จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เป็นเค้าโครงการนำทางในการใช้งานของลูกค้า ใส่องค์ประกอบเท่าที่จำเป็น และหมวดหมู่สินค้าที่ชัดเจน คำนึงถึง UX เมื่อสร้างร้านค้าออนไลน์ด้วย

- นำเสนอสินค้าที่คิดว่าเป็นสิ่งที่ลูกค้าสนใจไว้หน้าแรก ๆ หรือ เด่น ๆ มีคำอธิบายสินค้า ที่เชื่อมต่อกับ SEO รวมถึงคำที่กระตุ้นการตัดสินใจ รูปภาพสินค้าที่สะดุดตา ข้อมูลราคา และการจัดส่ง ที่สำคัญอีกอย่างคือรีวิวประกอบการตัดสินใจ

 

สร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์

โลโก้ต้องเป็นที่น่าจดจำ ต้องจำง่าย พยายามหลีกเลี่ยงภาพสต็อก เพราะแทบจะไม่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ แนะนำให้หานักออกแบบโลโก้มืออาชีพจะดีเสียกว่า รวมถึงตั้งชื่อธุรกิจ ชื่อที่ชัดเจนควรสั้น และเรียบง่าย น่าจดจำ และไม่เหมือนใคร

ใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดียเพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น การโฆษณาจะช่วยให้สามารถบอกเล่าเรื่องราวของแบรนด์ผ่านวิดีโอ โพสต์ถาม & ตอบ หรือแบบสอบถาม เพื่อให้เข้าใจ และเรียนรู้กลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

สร้างการสื่อสารแบรนด์ที่สอดคล้องกันในทุกช่องทางการขาย โทนสี และสไตล์ควรเป็นไปในทางเดียวดัน นำเสนอคุณค่าของสินค้าให้กับผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าของคุณให้ชัดเจน อธิบายถึงประโยชน์ของการใช้สินค้าของคุณ ให้กลุ่มเป้าหมายรับรู้ว่าจะได้อะไรจากสินค้า มากกว่าคุณสมบัติ

 

3.การสร้างกลยุทธ์การตลาดแบบเจาะกลุ่มเป้าหมายเพื่อเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์

การเริ่มต้นธุรกิจบนโลกออนไลน์สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ “ กลยุทย์ ”

1)กำหนดผลลัพท์ที่ต้องการ และวัตถุประสงค์ทางการตลาด กำหนดทิศทางที่ชัดเจนเพื่อให้ทีมงานตามเป้าหมายทางการตลาดคือการเพิ่มการเข้าชม เพิ่มการรับรู้ที่ 200% เพื่อให้รายได้เพิ่มขึ้น 3 เท่า ภายใน 3 เดือนแรก หรือเวลาที่ตั้งเป้าไว้

2) เลือกกลยุทธ์ที่เหมาะกับความต้องการทางธุรกิจ เลือกเส้นทางกลยุทย์ที่ไม่เหมือนใคร ตัวอย่างเช่น ตั้งเป้าหมายเพิ่มระดับการเข้าชมเว็บไซต์ให้เพิ่มขึ้นเป็น 200% โดยสามารถการรับรู้ของแบรนด์ผ่าน Content หรือใช้การเข้าชม organicเพื่อเพิ่มฐานข้อมูลของผู้ใช้งาน

3) ใช้กลยุทย์ Influencer เข้ามาช่วยเรื่องการตลาดแบบปากต่อปาก ซึ่งจะสามารถดึงลูกค้าใหม่ได้ง่าย และสร้างความน่าเชื่อถือได้อีกด้วย

4) หาวิธีวัดประสิทธิผลทางการตลาด โดยต้องเข้าใจอย่างชัดเจนว่ากลยุทธ์ใดเหมาะกับคุณ และกลยุทย์ใดไม่เหมาะ ทำการตลาดร้านค้าออนไลน์ด้วยการโฆษณาแบบจ่ายต่อคลิก (PPC) การโฆษณาแบบจ่ายต่อคลิกอาจเป็นแหล่งที่มาของการเข้าชมภายนอกเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี มีหลากหลายวิธีในการดึงดูดลูกค้า และเพิ่มยอดขายออนไลน์ PPC ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ Google AdWords ที่ Grasp Asia ใช้เป็นอีกหนึ่งกลยุทย์ทางการตลาดสำหรับลูกค้าของเรา และต่อยอดต่อไปเพื่อผลลัพท์ทางการตลาดที่ดี

ทำไมถึงควรย้ายออฟไลน์ไปสู่ออนไลน์ ?

1.เพิ่มการรับรู้แบรนด์ เป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้ผู้คนรู้จักแบรนด์ของคุณมากขึ้น จำนวนลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้น

2.ช่วยเรื่องการจัดอันดับ SEO ซึ่งเป็นการค้นหาในหน้าแรกของ Google ที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง

3.โฆษณาออนไลน์ จะทำให้มีคนเห็นเนื้อหาของคุณมากขึ้น จะทำให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในโซเชียลมีเดียของแบรนด์ ช่วยดึงลูกค้าใหม่ ๆ ได้ในอนาคต=

4.อัตราความพึงพอใจของลูกค้าที่สูงขึ้น

เพราะช่องทางการขายแบบออนไลน์จะทำให้สามารถตอบกลับลูกค้าทุกคนแบบเรียลไทม์ และเป็นคำตอบในแบบของคุณ วิธีนี้จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าคุณห่วงใยพวกเขา เข้าใจปัญหา และรับฟังความคิดเห็น ฉะนั้นอย่าพลาดโอกาสที่จะแสดงให้ลูกค้าเห็นว่าเขามีคุณค่า รวมถึงเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์อย่างแท้จริง

5.การเชื่อมโยงกลับไปยังออฟไลน์เพิ่มยอดขายในฝั่งของออฟไลน์ไปด้วยได้ควบคู่กันจากการรับรู้ที่เพิ่มขึ้น

 

นี่ไม่ใช่กลยุทย์ทั้งหมดหากคุณต้องการเริ่มธุรกิจส่วนตัวบนออนไลน์เป็นของตัวเอง จะดีกว่าไหมหากคุณไม่ต้องจัดการบางอย่างในเรื่องการทำการตลาดด้วยตัวเอง เพราะอาจมีความซับซ้อนบางอย่าง หรือความไม่รู้ ไม่เข้าใจ ที่มากเพียงพอจะทำด้วยตัวเอง ให้ตัวช่วยที่ดีอย่าง Grasp Asia เข้ามาจัดการให้ที่จะเข้ามามีส่วนช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และง่ายดายยิ่งขึ้น กับบริการที่หลากหลายด้านออนไลน์ Digital Marketing

 

ที่มา : https://www.x-cart.com/blog/start-online-store/ https://www.x-cart.com/social-media/marketing.html

ผลงานอื่นๆ

รู้ไหมว่า CPA เกี่ยวข้องกับ Digital Marketing อย่างไร ?
รู้ไหมว่า CPA เกี่ยวข้องกับ Digital Marketing อย่างไร ?
5 เคล็ดลับการตลาดเพื่อประสิทธิภาพที่จะประสบความสำเร็จ?
5 เคล็ดลับการตลาดเพื่อประสิทธิภาพที่จะประสบความสำเร็จ?
ผลกระทบของ Facebook Ads จากการอัปเดต iOS 14 พร้อมแนวทางรับมือ
ผลกระทบของ Facebook Ads จากการอัปเดต iOS 14 พร้อมแนวทางรับมือ