มาทำความรู้จักกับ Influencers ทั้ง12 ประเภทเพื่อทำการตลาดให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย

รู้หรือไม่ว่าการตลาดแบบมีอิทธิพลเป็นหนึ่งในรูปแบบการตลาดดิจิทัลอันดับต้น ๆ ในแง่ของ (ROI) และสำหรับทุก ๆ 1 ดอลลาร์ที่ใช้ไปกับการตลาดแบบมีอิทธิพลแบรนด์ต่าง ๆ จะได้รับผลตอบแทนสูงถึง $ 5.78 หรือมากกว่า 5 เท่านั้นเอง นั่นถึงเป็นเหตุผลที่นักการตลาดกว่า 91% เชื่อว่าการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์เป็นรูปแบบการตลาดที่มีประสิทธิภาพมากในตอนนี้ (Influencer Marketing Hub, 2020) ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งที่แบรนด์ต้องเผชิญกับการตลาดแบบอินฟลูเอนเซอร์คือวิธีการเลือกผู้มีอิทธิพลที่เหมาะสมสำหรับแคมเปญการตลาดของตัวเอง เนื่องจากมี Influencers ประเภทต่าง ๆ มากมายจึงอาจเป็นเรื่องยากที่จะคิดว่า Influencer ประเภทใดที่คุณต้องการเพื่อปรับปรุงการตลาดของคุณ

 

ถึงการใช้อินฟลูเอนเซอร์จะได้ผลกับการตลาดในปัจจุบันแล้วคุณควรจะเลือกกลุ่มไหนละที่ตอบโจทย์กับแบรนด์ของคุณวันนี้เราจะมาแนะนำ 12 ประเภทของอินฟลูเอนเซอร์ให้เพื่อนๆได้รู้จักกันครับ โดย 2 กลุ่มหลักๆ คือ กลุ่ม Influencer ที่แบ่งตามจำนวนผู้ติดตาม และกลุ่มที่แบ่งตามประเภทคอนเทนต์บน Instagram

 

4 ประเภท Influencers ที่แบ่งตามจำนวนผู้ติดตาม

Nano influencers (1 พัน – 1 หมื่น followers)

Micro influencers (1 หมื่น – 1 แสน followers)

Macro influencers (1 แสน – 1 ล้าน followers)

Mega หรือ Celebrity Influencers (1 ล้าน followers ขึ้นไป)

 

1.Nano Influencers (1K–10K followers)

ตัวอย่าง: Alexis Baker, จับคู่กันกับ Winc Nano-Influencers มีจำนวนผู้ติดตามตั้งแต่ 1 พันถึง 1 หมื่นคน ซึ่งเป็นกลุ่ม Influencer ที่มีผู้ติดตามน้อยที่สุดในบรรดาผู้มีอิทธิพลกลุ่มอื่น ๆ แน่นอนการมีผู้ติดตามน้อยสามารถสร้างปฏิสัมพันธ์ (Engagement) บนโลกออนไลน์ได้มาก ซึ้งผู้ที่ติดตามส่วนใหญ่จะชอบไลฟ์สไตล์ คอนเทนต์ ที่แนะนำพวกเขาอยากไปตรงมาและจริงใจ ทำให้อินฟลูเอนเซอร์กลุ่มนี้ได้รับความนิยมสูง

Nano-Influencers เหมาะกับแบรนด์แบบไหน?

- แบรนด์ที่มีขนาดเล็กและขนาดกลางที่มีงบประมาณน้อย

- เหมาะกับแผนการตลาดที่มองหากลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ บนโลกออนไลน์

- Nano-Influencer อาจไม่ได้ทำคอนเทนต์แบบยึดเป็นอาชีพจริงจัง ดังนั้นนักการตลาดอาจต้องวางแผน หรือพูดคุยกับ Influencer ให้ชัดเจนก่อนโปรโมทแคมเปญต่าง ๆ

 

2.Micro-Influencers (10K–100K followers)

ตัวอย่าง: Shelby Ditch, จับคู่กันกับ Walmart

Micro Influencers มีผู้ติดตาม 1 หมื่นถึง 1 แสนคน ซึ่ง Influencer กลุ่มนี้สามารถสร้างคอนเทนต์ที่ดึงดูดความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่มีความชอบ หรือไลฟ์สไตล์ที่มีความเฉพาะด้าน (Niche Market) ซึ่งแบรนด์สามารถทำการตลาดกับกลุ่ม Micro-Influencer กลุ่มนี้ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เมื่อเลือกคนที่ตอบโจทย์

Micro-Influencers เหมาะกับแบรนด์แบบไหน?

- การทำการตลาดที่มีเป้าหมายในการเพิ่ม Lead Generation หรือการเปลี่ยนจาก Customer Journey มาเป็นลูกค้า

- Micro-Influencer สามารถเขาถึงกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบไลฟ์สไตล์ที่มีความเฉพาะเจาะจง อย่างใดอย่างหนึ่งได้ง่าย เช่น ในด้านการออกกำลังกาย หรือด้านความงาม

นักการตลาดสามารถค้นหา Influencer ที่เหมาะสมกับการทำการตลาดได้จากเว็บ social listening

 

3. Macro-Influencers (100K–1M followers)

ตัวอย่าง: Lily Pebbles, จับคู่กันกับ Wild. Macro-Influencers มีผู้ติดตามอยู่ที่ 1 แสนถึง 1 ล้านคน

ซึ่ง Macro- Influencers บางคนอาจเป็นคนดัง (Celebrity) บนโลกโซเชียล และอาจเป็น Bloggers, Vloggers หรือ ผู้ที่ทำ Podcast ซึ่งผู้มีอิทธิพลกลุ่มนี้ไม่ได้เพียงแค่มีผู้ติดตามจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังเป็นคนดังที่มีผู้ติดตามเยอะที่สะสมมานานหลายปี และเนื่องจากการที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ทำให้ Influencer ไม่สามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามได้อย่างทั่วถึงมากนัก เมื่อเทียบกับ Influencer 2 กลุ่มแรก

Macro-Influencers เหมาะกับแบรนด์แบบไหน?

- Macro-Influencer ส่วนใหญ่จะทำคอนเทนต์ได้แบบ Professional หรือทำเป็นแบบมืออาชีพ จึงเหมาะกับแบรนด์ที่มีขนาดกลาง หรือขนาดใหญ่ที่ต้องการตัวแทนในการโปรโมตคอนเทนต์แบบสม่ำเสมอ

- เหมาะกับการตลาดที่เน้นสร้าง Brand Awareness หรือเพื่อเพิ่มการรับรู้แบรนด์

- เมื่อนักการตลาดต้องการสร้างกลุ่มเป้าหมายจำนวนมาก - เหมาะกับการทำการตลาดผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่าง YouTube, Facebook และ TikTok.

 

4.Mega-Influencers (1M+ followers)

ตัวอย่าง: Shraddha Kapoor ทำการตลาดร่วมกันกับ Hershey India Mega-Influencers

คือกลุ่มผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ที่มีความเป็นมืออาชีพในการทำคอนเทนต์ และส่วนมาก จะเป็นคนดังที่เป็นที่รู้จักทั่วไป ทั้งในโลกออนไลน์ หน้าจอโทรทัศน์ และหน้าจอภาพยนต์ โดยมีผู้ติดตามมากก่วา 1 ล้านคนขึ้นไป และ Mega-Influencers จะมีไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่น เป็นที่รู้จักในช่องทางที่ชัดเจน ดังนั้นคอนเทนต์ของคนกลุ่มนี้มักจะมีอิทธิพลต่อผู้ติดตาม และผู้บริโภคทั่วไป

Mega-Influencers แบรนด์แบบไหน?

- เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการสร้างภาพลักษณ์ในเชิงบวกให้กับธุรกิจ ด้วยการว่าจ้าง Mega Influencers ที่มีความเป็นมืออาชีพ

 

8 ประเภทของ Influencers ที่แบ่งตามลักษณะคอนเทนต์

 

5. สาย Gamers และ Live Streamers

6. สายกีฬา และฟิตเนส

7. Bloggers/ Vloggers

8. สายท่องเที่ยว

9. สายความงาม

10. สายแฟชัน

11. สายครอบครัว

12. สายกิน รีวิวอาหาร

 

5.สาย Gamers และ Live Streamers

Gaming Influencers โดยส่วนมากแล้วจะนิยมทำคอนเทนต์ประเภทเหล่านี้ ได้แก่:

- การรีวิวเกม (Game Review): ประเภท Action, First Person Shooter (FPS), Massively Multiplayer Online (MMO), การเล่นเกมที่ต้องใช้กลุยทธ์ (ขึ้นอยู่กับแต่ละเกม)

- สอนวิธีเล่นเกมเบื้องต้น เน้นแบบฝึกหัดพื้นฐานให้เข้าใจวิธีการเล่น (Tutorials) เหมาะกับผู้เล่นเริ่มต้น

- สอนแนวทางการเล่นเกม ในลักษณะการอธิบายผู้ชมว่า ทำไมถึงใช้เครื่องมือนี้ ทำไมถึงตัดสินใจวางแผนเกมแบบนี้ เป็นต้น (Game walkthroughs)

- การนำเสนอคลิปวิดีโอสั้น ๆ เพื่อนำเสนอซีนที่น่าสนใจจากในเกม (Montages)

- การเล่นภายใต้กฏ หรือเงื่อนไขที่ท้าทายฝีมือผู้เล่น (Challenges)

- การแข่งขันแบบทีม (Team Matchups)

 

Gaming Influencers โดยปกติแล้วมักจะนำเสนอคอนเทนต์แบบ Live Stream ผ่านแพลตฟอร์ม Twitch และ นิยมทำคอนเทนต์ต่าง ๆ เพื่อโปรโมตแบรนด์ของเกมที่เล่น นอกจากนี้ แบรนด์ที่ต้องการให้กลุ่ม Gamer รีวิวสินค้าอาจจะเป็นการนำเสนอสินค้าประเภทเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยว หรือเสื้อผ้าที่ใส่ก็ได้ค่ะ

 

6.สายกีฬา และฟิตเนส

ตัวอย่าง Influencer: Mirna Valerio, Paid Partnership กับแบรนด์ Hydro Flask

สำหรับ Influencer สายออกกำลังกาย และฟิตเนส จะมีคอนเทนต์ที่หลากหลายเช่นกัน โดยขึ้นอยู่กับประเภทกีฬา และแนวทางการดูแลสุขภาพ อย่างเช่น

- โยคะ

- การวิ่ง

- ยกน้ำหนัก

- CrossFit

- Healthy

- lifestyle

- วิธีการลดน้ำหนัก

คอนเทนต์ของ Influencers กลุ่มนี้จะเน้นไปที่การสร้างแรงบันดาลใจ และแรงกระตุ้นในการออกกำลังกายให้ได้ผล ซึ่งหากคุณเป็นแบรนด์เสื้อผ้ากีฬา อาหารเสริมหรือเครื่องดื่มที่ให้พลังงานก่อนออกกำลังกาย หรือธุรกิจฟิตเนส ธุรกิจด้านการออกกำลังกาย จะเหมาะกับการทำการตลาดผ่านผู้มีอิทธิพลกลุ่มนี้

 

7.Bloggers และ Vloggers Bloggers

เป็นผู้มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะมีผู้ติดตามจำนวนมาก ในระดับ Macro และ Mega (1 แสนถึง 1 ล้าน) เรียกได้ว่า มีผู้ติดตามมากกว่าหนึ่งแสนคนขึ้นไป ซึ่ง Bloggers และ Vloggers จะนิยมทำ YouTube Channel และบล็อกส่วนตัวเป็นส่วนใหญ่ เพื่อสร้างคอนเทนต์มีเนื้อหาน่าติดตามและยังได้รับความสนใจเป็นจำนวนมากอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่ม Bloggers and Vloggers บางคนสามารถทำการตลาดด้วยการใช้เทคนิค SEO ทำคอนเทนต์ได้อย่างมีคุณภาพ และสามารถทำ Backlink เข้าหาแบรนด์ได้ จึงทำให้แบรนด์ส่วนใหญ่มักลงทุน และว่าจ้างกลุ่ม Influencer ที่มีความเป็นมืออาชีพกลุ่มนี้ เพื่อช่วยสร้าง Brand Awareness เพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์รวมไปถึงกระตุ้นยอดขายให้กับแบรนด์อีกด้วย

 

8.สายท่องเที่ยว สายท่องเที่ยว

ตัวอย่าง Influencer Eric Stoen, Paid Partnership กับสายการบิน Qatar Airways Influencer สายท่องเที่ยวจะเน้นทำคอนเทนต์แนะนำการเดินทางซึ่งมีตั้งแต่การแบคแพค การท่องเที่ยวแบบหรูหรา การท่องเที่ยวในฤดูกาลต่าง ๆ การรีวิวสถานที่ท่องเที่ยว และรวมทั้งคำแนะนำในการเลือกที่พัก ร้านอาหารยอดนิยม และสายการบิน

ดังนั้นธรุกิจการท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร เอเจนซี่ท่องเที่ยวและวีซ่า หรือแบรนด์สินค้าทั่วไปสามารถทำการตลาดผ่าน Influencer กลุ่มนี้เพื่อช่วยโปรโมตร้านค้า หรือแบรนด์ของเราได้

 

9.สายความงาม สายความงาม

ตัวอย่าง Influencer Jordan, Paid Partnership กับแบรนด์ The Body Shop

สถิติจากเว็บไซต์ Influencermarketing เผยว่า 43% ของผู้บริโภคยุคใหม่ นิยมติดตาม Influencers สายความงาม ซึ่งคอนเทนต์ของผู้มีอิทธิพลกลุ่มนี้ จะเน้นการแชร์ประสบการณ์การดูแลผิว การแต่งหน้า รวมไปถึง how to ต่าง ๆ และการรีวิวสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับความงาม ซึ่งเหมาะกับการทำการตลาดที่มีกลุ่มเป้าหมายที่ชื่นชอบเครื่องสำอาง การแต่งหน้า และความงามด้านต่าง ๆ

 

10.สาย Fashion

สาย Fashion ตัวอย่าง Influencer Louis Polo ที่ทำงานร่วมกับแบรนด์ Express. Fashion

Influencers เน้นไปที่การนำเสนอคอนเทนต์ทางด้านแฟชัน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องประดับ รองเท้า เสื้อผ้า กระเป๋า ซึ่งมีทั้งการรีวิวรวมไปถึงค้าทั่วไปในย่านท้องถิ่น ไปจนถึงสินค้าแบรนด์หรูระดับโลก ลักษณะการโปรโมตคอนเทนต์ของคนกลุ่มนี้จะเป็นการรีวิวสืนค้า การทำงานโดยตรงกับแบรนด์เสื้อผ้า การทำ Haul Video ซึ่งเป็นวิดีโอที่นักชอปทั้งหลายนำเสนอกับผู้ชมว่ามีสินค้าอะไรใหม่ ๆ บ้างในฤดูกาลนี้

 

11. สายครอบครัว

สายครอบครัว Parenting Influencer หรือ Influencer ที่แชร์คอนเทนต์ประเภทแม่ และเด็ก หรือรีวิวประสบการณ์การเป็นพ่อแม่ กำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งแบรนด์ประเภทสินค้าที่ใช้ภายในบ้าน สินค้าเพื่อลูกน้อย หรือธุรกิจทั่วไป สามารถทำการตลาดผ่าน Influencer กลุ่มนี้ได้ 12. สายอาหาร สายกิน ปัจจุบัน Influencer ประเภทรีวิวอาหาร หรือแนะนำร้านอาหารมีจำนวนมากขึ้น ซึ่งร้านอาหาร ร้านคาเฟ่หรือแบรนด์ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอาหาร สามารถเลือก Influencer เพื่อช่วยในการทำการตลาดได้หลากหลายทั้งในรูปแบบการโฆษณาตรง ๆ การทำ Advertorial แบบเนียน ๆ การบอกเล่าประสบการณ์การได้ไปลองชิมอาหารถึงร้าน รวมทั้งการรีวิวสินค้า และรวมไปถึงการส่งเดลิเวอรี่

 

การเลือกอินฟลูเอนเซอร์ให้เหมาะสมกับแบรนด์ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะว่าแบรนด์จะมีชื่อเสียงมากขึ้นหรือเป็นผู้คนรับรู้เข้าใจแบรนด์ของเราก็ขึ้นอยู่กับการตลาดรวมถึงการเลือกอินฟลูเอ็นเซอร์ด้วย แต่การเลือกอินฟลูเอ็นเซอร์ก็อาจจะไม่ใช่ทั้งหมดของการที่จะทำให้แบรนด์ดังขึ้นมันก็ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลาย ๆ อย่างที่แบรนด์ของเราทำด้วย เช่น คอนเทนต์ แคมเปญต่าง ๆ ของแบรนด์ด้วยถ้าทั้งหมดนี้เราสามารถพร้อมกันได้แบบถูกหลักเราเชื่อว่าแบรนด์ของคุณจะเป็นที่รู้จักได้อย่างมากขึ้นรวมขึ้นยอดขายที่เราจะได้เพิ่มขึ้นไปอีกด้วย

 

ข้อมูลจาก: https://influencermarketinghub.com/types-of-influencers/ https://stepstraining.co/content/12-typtes-of-influencer

ผลงานอื่นๆ

ทุกเรื่องของ Design System ที่คุณต้องรู้ !! (EP1)
ทุกเรื่องของ Design System ที่คุณต้องรู้ !! (EP1)
ส่องเครื่องมือการตลาด ส่งงานเป๊ะ ปัง ทำแบรนด์ดังแบบฉุดไม่อยู่
ส่องเครื่องมือการตลาด ส่งงานเป๊ะ ปัง ทำแบรนด์ดังแบบฉุดไม่อยู่
ทำความรู้จักกับ FOMO เทคนิคที่จะช่วยให้ Copywriting และ ยอดขายของคุณเพิ่มมากขึ้น
ทำความรู้จักกับ FOMO เทคนิคที่จะช่วยให้ Copywriting และ ยอดขายของคุณเพิ่มมากขึ้น