พาไปส่อง 5 แพลตฟอร์มที่ใช้จัด Virtual Events บนโลกเสมือนจริง Metaverse

ถ้าจำกันได้เมื่อไม่นานมานี้ เราเคยเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่อง Metaverse ให้เพื่อนๆ อ่านกันไปครั้งหนึ่ง โดยต้องบอกว่าตอนนั้นเรื่องที่เราเขียนถึงเป็นเรื่องที่ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนระดับโลก เพราะเจ้าพ่อแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Mark Zuckerberg ได้ทำการเปลี่ยนชื่อบริษัท Facebook ไปเป็น Meta และพร้อมที่จะพาองค์กรของตัวเองก้าวเข้าสู่โลก Metaverse เต็มตัว ซึ่งจากวันนั้นจนถึงวันนี้วงการเทคโนโลยี รวมไปถึงโลกของคริปโตเคอเรนซี่ ก็กำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และพร้อมที่จะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ในอนาคตแล้ว

อย่างที่ทุกคนรู้กันว่า Metaverse คือการอาศัยเทคโนโลยีสองอย่างคือ AR (Augmented Reality) กับ VR (Virtual Reality) มาสร้างสภาพแวดล้อมของโลกเสมือนจริงขึ้น โดยผสานโลกความจริงที่เราใช้ชีวิตกับเทคโนโลยีเข้ามาจนกลายเป็นพื้นที่เดียวกัน ที่ในทุกวันนี้ทำได้ทั้งการซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือผลงานศิลปะด้วย NFT (non-fungible tokens) รวมไปถึงการจัดงาน Virtual Events บนโลกเสมือนจริงด้วย และวันนี้เราจะพาไปดู 5 แพลตฟอร์มที่ใช้จัด Virtual Events บนโลก Metaverse กัน จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูพร้อมกันได้เลยครับ

 

Decentraland

เริ่มกันที่แพลตฟอร์มแรกกับ Decentraland ที่ขับเคลื่อนโดย Ethereum blockchain เป็นเครือข่ายเสมือนจริงที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2017 โดยผู้ใช้งานสามารถสร้างอวาตาร์ เชื่อมต่อกับผู้ใช้งานรายอื่น เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ เช่น คอนเสิร์ตและงานแสดงศิลปะ รวมไปถึงการสร้างที่อยู่อาศัยบนพื้นที่เสมือนที่เรียกว่า LAND ได้อีกด้วย

สำหรับสิ่งที่ทำให้ Decentraland เป็นประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครก็คือ การแปลงที่ดินเสมือนจริงเป็นอะไรได้หลายๆ อย่างทั้ง งานศิลปะบนผนังในแกลลอรี่เสมือนจริง, เมือง และ คาเฟ่เสมือนจริง ซึ่งทั้งหมดนี้คือ NFT โดยใช้ MANA ที่เป็นโทเคนสกุลเงินดิจิตอลของ Decentraland ในการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่ดินและฉาก

ส่วนข้อเสียก็มีเหมือนกันนั่นคือ การทำงานค่อนข้างช้า เพราะจำเป็นต้องใข้กระเป๋าเงิน Blockchain ก่อนเข้าสู่ระบบ นอกจากนี้พวกเมคคานิคระบบเกมก็เป็นระบบที่ไม่ใหม่เท่าไหร่ แต่จริงๆ แล้วพวกเขาก็กำลังเร่งพัฒนาอัปเกรดฟีเจอร์ใหม่ๆ กันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดประสบการณ์ที่ดีขึ้นของผู้ใช้งาน

 

Roblox Roblox

เป็นแพลตฟอร์มเกมและมาร์เก็ตเพลสที่ให้ผู้เล่นสามารถเล่นเกมออนไลน์ที่สร้างโดยผู้ใช้คนอื่นได้ ซึ่งเกมทั้งหมดบน Roblox สร้างขึ้นจากผู้เล่นเอง ทำให้นี่กลายเป็นข้อแตกต่างจากเกมอื่นๆ ในธุรกิจเกม โดยเจ้าฟีเจอร์นี้ก็ทำให้กลุ่มผู้ใช้งานหลักๆ ของเกมจะเป็นเด็กและวัยรุ่น

ซึ่ง Virtual Events เด่นๆ ที่สร้างชื่อของ Roblox ก็คือการจับมือร่วมกับแบรนด์แฟชั่นระดับ Hi-end จากแดนมักกะโรนี ประเทศอิตาลี อย่าง Gucci จัดอีเว้นต์ The Gucci Garden Experience Lands ให้ผู้เล่นในเกมเดินชมสินค้าของแบรนด์ได้ รวมไปถึงการทำคอลเลคชั่นเครื่องประดับดิจิตอลแบบ Limited ขายให้คนที่อยากสะสมด้วย

 

Party.Space

ต้องบอกว่าในปีที่แล้ว Party.Space ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มเสมือนจริงที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับการจัดออนไลน์อีเว้นต์ และงานเฉลิมฉลองขององค์กรที่กลายเป็นที่น่าจดจำของทุกคน ซึ่งพื้นที่ตรงนี้สามารถจัดอีเว้นต์ขนาดใหญ่ได้ถึงระดับหนึ่งหมื่นคนขึ้นไป โดยบริษัทเทคโนโลยีเจ้าใหญ่ๆ ที่เคยร่วมงานก็มีทั้ง Grammarly, Playtech, Wargaming, และ Epidemic sound ซึ่งการสร้างแบรนด์บนแพลตฟอร์มนี้ก็ทำได้มากมายไม่ว่าจะเป็นการมีส่วนร่วมกับผู้ใช้งานด้วยวิดีโอแชท ผ่านการเข้าร่วมคอนเสิร์ต เล่นเกม และกิจกรรมอื่นๆ ในรูปแบบเสมือนจริง

ในส่วนของจุดเด่นที่ทำให้แพลตฟอร์มนี้ประสบความสำเร็จมากๆ ก็คือ ความง่ายที่สามารถใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ได้เลย โดยที่ไม่ต้องติดตั้งแอป แล้วล่าสุดทาง Party.Space ก็เพิ่งเปิดตัว Dogetemple แพลตฟอร์ม Microverse เจาะกลุ่มคนรักเจ้ามีม Doge สุดกวน ซึ่งในตัว Dogetemple เองก็ทำอะไรได้เยอะแยะไปหมด อย่างเช่น เก็บ Dogecoins, พูดคุยกับคนอื่น, หา Fan-made easter eggs, สนุกกับการสำรวจโลกสามมิติเสมือนจริง, เล่นเกม และ เพลิดเพลินกับแกลลอรี่ NFT เป็นต้น ถือเป็นอีกแพลตฟอร์มที่น่าจับตามองไปยาวๆ เลยครับ

 

Minecraft

ถ้าพูดถึงชื่อแพลตฟอร์มของโลกเสมือนจริงแล้วจะไม่พูดถึง Minecraft คงไม่ได้ จักรวาลเสมือนจริงที่มี Microsoft บริษัทเจ้าพ่อเทคโนโลยีเป็นเจ้าของ โดยเริ่มแรกจากการเป็นเกมแนวผจญภัยแซนด์บ็อกซ์ ภาพแบบแปดบิทให้อารมณ์คล้ายๆ ตัวต่อเลโก้ ที่จุดเด่นหลักๆ ของเกมเป็นการสร้างตัวละครและอะไรก็ได้ในจักรวาลที่ไม่มีที่สิ้นสุด

และจากเกมง่ายๆ นั้น Minecraft ได้ขยายอาณาจักรของตัวเองไปเป็นแพลตฟอร์มการจัดงานเสมือนจริง ตั้งแต่เทศกาลไปจนถึงงานสำเร็จการศึกษาของนักเรียน? คุณฟังไม่ผิดครับ มันจัดขึ้นจริงๆ ทั้งงานพรอม งานรับปริญญา งานเปิดบ้านมหาวิทยาลัยบนพื้นที่ดิจิตอล นอกจากนี้ Minecraft ก็เพิ่งจะเปิดตัวเทศกาลดนตรีแบบอินเตอร์แอคทีฟไปด้วย

ส่วนสิ่งที่ Minecraft ยังขาดไปก็คือการเป็นเจ้าภาพจัด Video Conferencing ที่ทุกวันนี้เป็นที่นิยมมากๆ รวมไปถึงการจัดอีเว้นต์แบบเสมือนจริงโดยผู้จัดอีเว้นต์เองก็ยังทำไม่ได้ ซึ่งการที่ตัวเกมก้าวเดินมาไกลถึงขนาดนี้แล้ว ยังไงในอนาคตก็คงจะพัฒนาและทำได้แน่นอน

 

Sandbox

ปิดท้ายกันด้วยแพลตฟอร์มโลกเสมือนจริงที่ฮอตฮิตสุดๆ ในเวลานี้อย่าง Sandbox ที่เป็น NFT Metaverse ขับเคลื่อนด้วย Ethereum blockchain โดย Sandbox เปลี่ยนตัวเองจากเกมบนมือถือมาอยู่บนบล็อกเชน เป็นเกมที่ผู้เล่นสามารถสร้างจักรวาลของตัวเอง เป็นเจ้าของ NFT รวมไปถึงการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ในเกมของตัวเองได้ และเหมือนกันกับ Decentraland คือ Sandbox เองก็มีโทเค็นชื่อ SAND เป็นของตัวเอง เพื่อเอาไว้ใช้ซื้อขายแลกเปลี่ยนพื้นที่ หรือ LAND ในเกมด้วยเช่นกัน

ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ Snoop Dogg แร็ปเปอร์ชื่อดังของโลกก็เพิ่งสร้าง Sandbox Space ของตัวเองขึ้นมา โดยเลือกพิจารณาความเป็นไปได้แบบยืดหยุ่นในการสร้างจากพื้นที่ที่ทาง Sandbox มีไว้ให้ แต่ถึงจะได้รับความสนใจมาก หรือพื้นที่ในเกมขยายตัวอย่างรวดเร็ว ข้อเสียของ Metaverse บน Sandbox ก็มีเหมือนกัน เพราะตอนนี้มันเหมือนจะให้ความสำคัญกับเรื่องของ Crypto มากกว่าการจัดอีเว้นต์เสมือนจริง ซึ่งนี่เป็นปัญหาใหญ่พอสมควรสำหรับเหล่าออแกไนเซอร์ สุดท้ายแล้วก็คงต้องมารอดูกันว่าทาง Sandbox เองจะพัฒนาแพลตฟอร์มตัวเองให้ไปในรูปแบบและทิศทางไหน

 

เป็นยังไงกันบ้างครับกับ 5 แพลตฟอร์มที่ใช้จัด Virtual Events บนโลก Metaverse ที่เราพาทุกคนไปดูกัน ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มต่างก็มีจุดเด่น จุดด้อยที่แตกต่างกันไป แต่ในท้ายที่สุดแล้วใครจะไปเชื่อว่าเรื่องที่มนุษย์ทุกคนเคยเห็นแค่ในหนังหรือในจินตนาการจะเกิดขึ้นจริงๆ และตอนนี้ Metaverse เองก็กำลังเป็นอนาคตที่อาจจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหลายๆ อย่างของมนุษย์ ต่อไปทุกอย่างที่เราทำอย่างการดูคอนเสิร์ต ชมแกลลอรี่งานศิลปะ การประชุม ท่องเที่ยว อาจจะทำได้ง่ายๆ แค่นั่งอยู่หน้าคอมก็ได้ สุดท้ายนี้เราก็อยากจะบอกว่าถึงจะแปลกใจแต่ก็ต้องเปิดใจ เพราะมันเกิดขึ้นจริงแล้ว ยังไงก็รอดูกันต่อไปครับ

 

 

 

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : itechpost.com

ผลงานอื่นๆ

10 ข้อผิดพลาดของโฆษณาบน Instagram ที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ (Ep.2)
10 ข้อผิดพลาดของโฆษณาบน Instagram ที่มักเกิดขึ้นบ่อยๆ (Ep.2)
4 เทรนด์การใช้ฟอนด์สำหรับงานออกแบบในปี 2019
4 เทรนด์การใช้ฟอนด์สำหรับงานออกแบบในปี 2019
7 ไอเดียในการทำ Reels ใน Instagramสำหรับแบรนด์ให้ได้ engagement
7 ไอเดียในการทำ Reels ใน Instagramสำหรับแบรนด์ให้ได้ engagement