พาไปส่องความหมายของการตลาดแบบ Personalized Marketing และมันสำคัญอย่างไรกับการตลาดยุคนี้

หากจำกันได้ว่าก่อนหน้านี้เราเคยนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับ Email Marketing กันไปแล้วรอบหนึ่ง ซึ่งในวันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับการตลาดแบบเฉพาะบุคคลหรือในชื่อ Personalized Marketing ที่เป็นหนึ่งในกลยุทธ์การตลาดที่มีมานานแล้ว

ถ้าจะให้เปรียบเทียบง่าย ๆ กับเหตุการณ์ที่เราพบเจอได้ในชีวิตประจำวันก็คือ เวลาเราไปซื้อของกินอะไรก็ตามที่ร้านเจ้าประจำ เข้าร้านปุ๊บเรากับคนขายมองหน้ากัน พูดแค่คำว่า “เหมือนเดิมพี่” แล้วเข้าใจกันออกมาเป็นเมนูที่คิดไว้นั่นเอง

หลักการของ Personalized Marketing ก็คล้ายคลึงกันคือ การที่บรรดานักการตลาดหรือคนทำคอนเท้นต์นำเอา Data หรือข้อมูลอินไซด์ พฤติกรรมต่าง ๆ ของลูกค้ามาวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือทางการตลาด เพื่อทำความเข้าใจในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ และนำมาพัฒนาสินค้ากับบริการ สร้างสรรค์คอนเท้นต์ให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของเรามากที่สุด ทำให้ลูกค้าได้รับรู้ว่าเขาคือคนสำคัญ จากนั้นก็จะจดจำแบรนด์ของเราจนเกิดเป็นความจงรักภักดีต่อแบรนด์ได้ในอนาคตนั่นเอง

ซึ่งจะต่างจากการตลาดแบบดั้งเดิมที่จะเน้นใช้ตัวข้อความในการสื่อสารถึงผู้คนจำนวนมาก และก็มานั่งลุ้นเอาว่าจะตรงใจกลุ่มผู้ชมหรือเปล่า

 

ทำไมต้องทำการตลาดแบบ Personalized Marketing

คงไม่ต้องบอกว่าถ้านักการตลาดจะยังใช้วิธีการตลาดแบบเดิม ๆ อย่างการต่อโทรศัพท์หาลูกค้า เสนอขายสินค้าให้กับลูกค้าแบบตัวต่อตัวถึงบ้านหรือที่ทำงาน คงจะเป็นอะไรที่ทำให้เสียเวลาไปไม่น้อยเลย ซึ่งก็ไม่ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคใหม่แน่นอน เพราะก้าวเข้าสู่โลกดิจิตอลกันหมดแล้ว ลูกค้าส่วนมากต้องการความรวดเร็ว แต่แน่นอนว่าก็ยังอยากได้รับความใส่ใจเหมือนเดิม และนอกจากนี้วิธีเก่า ๆ ที่กล่าวมานั้นยังจะเป็นการสร้างความรำคาญให้กับลูกค้าด้วย เพราะพวกเขาจะรู้สึกว่าคุณไม่ได้ต้องการเข้ามาแก้ไขปัญหาจริง ๆ เพียงแต่แค่อยากจะขายสินค้าของคุณก็เท่านั้น อย่างเช่นโฆษณาคั่นตามรายการทีวีต่าง ๆ ที่ยังมีอยู่ในทุกวันนี้ โดยจากผลสำรวจกว่า 63% ของผู้บริโภคนั้นมักจะหงุดหงิดมากเมื่อเห็นการโฆษณาแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมา

ด้วยสาเหตุนี้เองทำให้การตลาดแบบ Personalized Marketing ค่อนข้างตอบโจทย์การตลาดยุคใหม่ เพราะสามารถที่จะเอาข้อมูลของผู้บริโภคมาวิเคราะห์เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายได้ดีมากขึ้น ที่สำคัญคือยังทำได้พร้อมกันทีละหลาย ๆ คน ไม่ต้องมานั่งเสียเวลา แถมยังได้ทั้งการสร้างการรับรู้แบรนด์และการขายสินค้าได้ภายในเวลาเดียวกัน ซึ่งสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการคือ Personalized Marketing โดยอ้างอิงผลสำรวจของ Epsilon จากลูกค้า 1,000 คน ในช่วงอายุ 18 – 64 ปี ที่บอกว่า 80% ของผู้บริโภคจะชอบแบรนด์ที่สามารถให้ประสบการณ์ดี ๆ ได้แบบตรงใจ มากกว่าการขายสินค้าแบบตรง ๆ และกว่า 50% ก็ยินดีที่จะส่งข้อมูลส่วนตัวเพิ่มเติมให้หากว่าแบรนด์นั้นมอบประโยชน์ที่พวกเขาต้องการหรือตามหาอยู่จริง ๆ ส่วนตัวอย่างง่ายๆ ที่เห็นได้ชัดก็คือการทำ Email Marketing ของ Netflix สตรีมมิ่งชื่อดังที่เราเคยนำเสนอไปในครั้งก่อน ๆ ก็ใช้วิธีการนี้ส่งอีเมลส่วนตัวหาลูกค้า บอกชื่อเรา ใช้การอ้างอิงจากประวัติการรับชมของเรา และแนะนำหนังหรือซีรีส์เรื่องใหม่ ๆ ให้ตรงตามความสนใจของเรานั่นเอง

 

ประโยชน์ของ Personalized Marketing

1.ทำคอนเท้นต์ได้ตรงใจลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย

เนื่องจากเรามีข้อมูลพฤติกรรมของผู้บริโภคอยู่แล้ว เมื่อนำมาวิเคราะห์ก็จะทำให้สร้างคอนเท้นต์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ เพราะแน่นอนว่าร้อยทั้งร้อยคงไม่มีใครชอบการเสพโฆษณาหรือคอนเท้นต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับความสนใจของตัวเองอยู่แล้ว

2.สร้างยอดขายได้มากขึ้น

แน่นอนว่าเมื่อเรานำเสนอคอนเท้นต์ที่ตรงใจลูกค้าแล้ว เขาก็จะเกิดความสนใจและอาจนำไปสู่การกดซื้อในที่สุด ทำให้ได้รับยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นด้วย

3.มอบประสบการ์ดี ๆ ให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

เมื่อเรามีข้อมูลที่สามารถนำมาวิเคราะห์ได้ และทำคอนเท้นต์ออกมาได้ตรงใจจนลูกค้าได้รับประสบการณ์ดี ๆ ประโยชน์ที่เอาไปใช้ได้ พวกเขาก็ย่อมที่จะยินดีให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับแบรนด์โปรดอย่างง่ายดาย

4.ทำให้ลูกค้าเกิดความจงรักภักดีต่อแบรนด์

ยิ่งลูกค้าได้รับการบริการที่รู้สึกพิเศษ ได้พบกับคอนเท้นต์ที่ตรงใจอยู่เรื่อย ๆ ก็จะทำให้พวกเขาเกิดความเชื่อใจต่อแบรนด์ ลูกค้าใหม่ก็จะกลายเป็นลูกค้าประจำ ในขณะเดียวกันบรรดาลูกค้าประจำก็จะกลายเป็นลูกค้าที่มีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ และก็จะทำให้แบรนด์เราเหนือกว่าแบรนด์อื่น ๆ ไปโดยปริยาย

5.สร้างความเชื่อมโยงออนไลน์ได้หลายช่องทาง

การทำการตลาดแบบ Personalized Marketing สามารถข้ามแพลตฟอร์มได้แบบหลากหลายอย่างเช่นอันแรกที่เห็นได้บ่อยเลยก็คือ Email Marketing ที่เป็นการมอบประสบการณ์ส่วนตัวให้ลูกค้าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ อีกมากมายไม่ว่าจะเป็น Facebook, Instagram ฯลฯ

 

ติดตามผลงานของเราได้ที่ GRASP ASIA

 

 

ขอบคุณที่มาข้อมูล: www.instapage.com, www.emarsys.com

ผลงานอื่นๆ

5 สิ่งที่ต้องระวัง เพื่อเสริมความปลอดภัยในข้อมูลดิจิทัล
5 สิ่งที่ต้องระวัง เพื่อเสริมความปลอดภัยในข้อมูลดิจิทัล
5 เหตุผลสำคัญที่ทำไม Social Listening  จึงสำคัญกับแบรนด์
5 เหตุผลสำคัญที่ทำไม Social Listening จึงสำคัญกับแบรนด์
พารู้จัก EngagementAlerts ฟีเจอร์ใหม่ สำหรับ Admin
พารู้จัก EngagementAlerts ฟีเจอร์ใหม่ สำหรับ Admin