ทำความรู้จักกับ FOMO เทคนิคที่จะช่วยให้ Copywriting และ ยอดขายของคุณเพิ่มมากขึ้น

FOMO ย่อมาจากคำเต็มก็คือ “Fear of Missing Out” หมายความได้ว่า การรู้สึกกลัวที่จะต้องเสียอะไรบางอย่างไป เป็นหลักการทางจิตวิทยาที่เอามาใช้เป็นเทคนิคทางการตลาดอย่างหนึ่ง โดยจะเน้นการใช้ประโยชน์จากความต้องการของผู้บริโภคต่อสินค้าและบริการนั้น ๆ ซึ่งเป็นข้อความประเภท Call to Action ให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ ดีกว่ามานั่งเสียใจทีหลังที่ไม่ได้ซื้อ

โดยสิ่งที่ทำให้เทคนิคนี้ได้ผลก็มาจากธรรมชาติส่วนใหญ่ของมนุษย์เองนั้นไม่ชอบความเสี่ยงที่จะลงทุนใช้เงินซื้อสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ใด ๆ ที่คิดว่าไม่ได้มาตรฐานตามที่ตัวเองตั้งไว้ และการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงนี้เองที่อาจจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้คนต้องมานั่งเสียใจทีหลังเมื่อพลาดโอกาสนั้นไป

อย่างเช่น เมื่อคุณเจอสินค้าอย่างหนึ่งแล้วภาพในหัวคุณคิดว่ามันจะต้องเป็นแบบไหน ทีนี้พอไปเห็นโฆษณาใน Facebook ของสินค้าประเภทนั้น พร้อมกับโปรโมชั่น ก็จะเกิด FOMO ขึ้น อาจจะไม่ถึงขั้นอยากซื้อ แต่อย่างน้อยคุณก็จะต้องนึกถึงมัน นี่แหละคือความรู้สึกที่เทคนิคการตลาด FOMO ได้สร้างขึ้น

เทคนิคการใช้ FOMO Marketing ให้ได้ผล

1.ใช้การกำหนดเวลา

อย่างแรกเลยคือใช้กลยุทธ์การกำหนดเวลา ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลมาก ๆ อย่างหนึ่ง เพราะการที่เราทำให้คนที่เห็นโฆษณาได้คิดว่าข้อเสนอที่พวกเขากำลังเห็นอยู่มีเวลาจำกัด จะเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้ต้องตัดสินใจซื้อสินค้า เพราะถ้าหมดเวลาก็จะต้องเสียโอกาสไปในทันที โดยการกำหนดเวลานั้นก็จะมีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ เช่น การกำหนดเวลาแบบไม่ระบุวันที่ การกำหนดเวลาแบบระบุวันที่ และ การกำหนดเวลาแบบนับถอยหลัง เป็นต้น ซึ่งในทุกวันนี้กลยุทธ์นี้ก็พบเห็นได้ทั่วไปตามแอพพลิเคชั่นช็อปปิ้งออนไลน์ต่าง ๆ นั่นเอง

2.นำคำรับรองหรือรีวิวจากลูกค้ามาใช้

การนำคำรีวิวเชิงบวกจากลูกค้ามาใช้ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนที่เข้ามาเห็นได้รับการันตีว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของคุณดีจริง ๆ ก็จะเป็นตัวกระตุ้นหนึ่งให้เขาตัดสินใจซื้อ รวมไปถึงการนำเอารายชื่อบริษัทใหญ่ที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นลูกค้าของคุณใส่ไว้ในหน้า Landing Page หรือแคปชั่นบนโซเชียลมีเดียก็เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีที่จะทำให้คนที่เข้ามาเห็นไม่อยากพลาดสินค้าของคุณไป

3.แสดงให้เห็นว่าสินค้ากำลังได้รับความต้องการอยู่

วิธีนี้จะพบเห็นได้ง่าย ๆ ตามข้อเสนอที่เกี่ยวกับเรื่องของการท่องเที่ยวหลาย ๆ อย่าง เช่น ตั๋วเครื่องบิน ที่สมมุติมีเส้นทางบินเปิดใหม่และเราบอกว่ากำลังได้รับความนิยม ก็จะทำให้คนเห็นพบว่าถ้าเราจองช้ากว่านี้อาจจะเต็มก็ได้ นอกจากนี้ยังมี ห้องพักของโรงแรมต่าง ๆ ที่เราสามารถบอกได้ว่ามีการค้นหาที่พักนั้นเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดิมในปีที่แล้วหลายเปอร์เซ็นต์ ก็จะเป็นตัวกระตุ้นให้รีบจองเช่นกัน เพราะห้องพักนั้นอาจจะหมด จนเหลือตัวเลือกน้อยและต้องเสียเงินมากขึ้นในที่สุด

4.ทำบันเดิลหรือแพ็คเกจสินค้าในราคาพิเศษ

บันเดิลสินค้าหรือการขายเป็นแพ็คเกจในราคาพิเศษจะเป็นหนึ่งในการกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ อย่างเช่น เมื่อซื้อสินค้าจากเราก็จะได้รับสินค้าอื่น ๆ จะทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้ของในราคาที่คุ้มกว่า ไม่ต้องจ่ายราคาเต็มที่แพงกว่า เป็นต้น ซึ่งแน่นอนว่าเราสามารถเอาส่วนนี้มาใช้ร่วมกับกลยุทธ์การกำหนดเวลาได้ด้วย

5.ทำให้เห็นว่ามีคนกำลังจะซื้อหรือซื้อสินค้านั้นไปแล้ว

การที่เราทำให้คนที่กำลังตัดสินใจอยู่ได้เห็นว่าในขณะนี้มีคนกำลังดูสินค้านี้หรือสนใจอยู่ จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้เกิดแรงจูงใจมากขึ้นที่จะตัดสินใจซื้อ เพราะถ้าไม่เข้าไปดูจะรู้สึกพลาดสินค้าพิเศษที่คนอื่นกำลังสนใจอยู่ หรือจะทำให้เห็นว่าเพิ่งมีคนซื้อสินค้านั้นไป ก็จะเพิ่มความมั่นใจเข้าไปอีกว่านั่นคือลูกค้าจริง ๆ และซื้อตามในที่สุด

6.ทำให้เห็นว่าสินค้าชิ้นนั้นเหลือน้อยแล้ว

นี่เป็นวิธีที่ทำให้คนรู้สึกว่าตอนนี้สินค้าชนิดนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจนเหลือไม่มากและกำลังจะหมดในอีกไม่นาน อย่างเช่น เหลืออีกไม่เกิน 2 ชิ้น, เหลือชิ้นสุดท้ายแล้ว รวมไปถึงห้องพักตามเว็บหรือแอพพลิเคชั่นจองโรงแรมต่าง ๆ ที่จะชอบบอกเราว่า เพิ่งมีคนจองห้องนี้ไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว, เหลือห้องสุดท้ายแล้ว ก็จะทำให้เกิดแรงจูงใจในการซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นมาก ๆ เพราะสินค้าที่พวกเขากำลังสนใจกำลังจะหมดแล้ว

7.ใส่ความพิเศษที่ลูกค้าจะได้รับลงไป

การทำให้คนที่เข้ามาชมได้รับรู้หรือรู้สึกถึง ความพิเศษ ก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อได้เช่นกัน อย่างเช่น เราอาจจะใส่ข้อความประมาณว่า สมัครสมาชิกวันนี้ รับส่วนลดไปเลย 10% พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ หรือ ซื้อสินค้าทั้งหมดได้ในราคาเพียง ... บาท จากราคาเต็ม ... บาท พร้อมกับการจัดส่งฟรีไม่จำกัดระยะทาง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องไม่ลืมที่จะใส่กลยุทธ์การกำหนดเวลาเข้าไปด้วย เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจ

8.ให้ของขวัญหรือส่วนลดพิเศษกับลูกค้าที่ซื้อก่อน

เชื่อว่าทุกคนที่กำลังอ่านบล็อกนี้ส่วนมากแล้วต้องชอบของ ฟรี กันอยู่แล้ว เพราะวิธีนี้ยังเป็นกลยุทธ์ที่เอาไว้ดึงดูดลูกค้าได้ดีอยู่เสมอ ๆ ในบ้านเราก็จะเห็นได้บ่อย ๆ จาก โปรโมชั่นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ที่เพิ่งเปิดตัว อย่างเช่น ซื้อวันนี้จ่ายค่าเครื่องเพียง ... บาท จากราคาเต็ม ... บาท พร้อมได้รับของแถมสุดพรีเมียมมูลค่า ... บาท ฟรี สำหรับผู้ที่จองหรือซื้อก่อน 100 ท่านแรก ซึ่งแค่เห็นความพิเศษนี้ก็พร้อมที่จะตัดสินใจซื้อได้แล้วนั่นเอง

 

เป็นยังไงกันบ้างกับเทคนิค FOMO หรือ Fear of Missing Out ที่คุณสามารถเอาไปปรับใช้กับการเขียน Copywriting บนช่องทางโซเชียลมีเดีย รวมไปถึงหน้าเว็บสินค้าหรือบริการของคุณ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางกลยุทธ์ที่จะสามารถเพิ่มยอดขายของคุณให้มากขึ้นกว่าเดิม ยังไงก็เอาไปลองปรับใช้กันได้ตามความเหมาะสมเลยครับ

และสุดท้ายอย่าลืมติดตามผลงานของเราต่อได้ที่ GRASP ASIA

 

 

ขอบคุณที่มาข้อมูล: www.socialpilot.co / www.sleeknote.com / www.crazyegg.com

ผลงานอื่นๆ

Festival Digital Marketing ใช้เทศกาลช่วยทำการตลาด ออกมาปัง ดังเว่อร์
Festival Digital Marketing ใช้เทศกาลช่วยทำการตลาด ออกมาปัง ดังเว่อร์
กระตุ้นยอดขายให้ทะลุเป้าด้วยการทำ Marketing Automation
กระตุ้นยอดขายให้ทะลุเป้าด้วยการทำ Marketing Automation
UX  6  Tip&Tricks
UX 6 Tip&Tricks