
หลายท่านที่กำลังเริ่มต้นทำธุรกิจหรือเริ่มดำเนินการธุรกิจของคุณมาได้สักพักแล้ว คงจะต้องมีหน้าเว็บไซต์เพื่อแสดงสินค้าและบริการของคุณอย่างแน่นอน เมื่อลูกค้าหรือผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์ได้เลื่อนมาถึงช่วงท้าย ๆ ก็จะได้เจอกับเจ้าปุ่มที่เราจะมาพูดถึงกันวันนี้นั่นก็คือ Call to Action ซึ่งเป็นปุ่มที่จะทำให้ผู้รับชมต้องเริ่มทำในบางสิ่งบางอย่าง เช่น การลงทะเบียนรับสิทธิพิเศษ สมัครสมาชิก นำพาผู้ชมไปยังเว็บไซต์หลักของธุรกิจคุณ และสำคัญที่สุดคือการซื้อสินค้า
ซึ่งไอเจ้าปุ่มก็ไม่ได้มีแค่ในเว็บไซต์ แต่บางทีเรายังจะเห็นได้การโฆษณาตามช่องทางโซเชียลมีเดียด้วย ดังนั้นปุ่มนี้จึงมีความหมายมาก ๆ สำหรับการทำตลาดออนไลน์แบบดิจิทัล มาร์เก็ตติ้งในปัจจุบัน โดยการทำให้ปุ่ม Call to Action นั้นได้รับความสนใจก็ต้องเริ่มจากตัวข้อความ Copywriting ก่อน จากนั้นก็ทำให้ตัวปุ่มมีความน่าสนใจ และจะมีเทคนิคอะไรบ้างตามไปดูพร้อม ๆ กันได้เลย
1.นำเอาเทคนิค FOMO มาใช้
เริ่มจากวิธีแรกเลยนั่นก็คือเอาเรื่อง Fear of Missing Out มาใช้อย่างเช่น กลยุทธ์การกำหนดเวลา ซึ่งเป็นวิธีที่ได้ผลมาก ๆ อย่างหนึ่ง เพราะการที่เราทำให้คนที่เห็นโฆษณาได้คิดว่าข้อเสนอที่พวกเขากำลังเห็นอยู่มีเวลาจำกัด จะเป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้ต้องตัดสินใจซื้อสินค้า เพราะถ้าหมดเวลาก็จะต้องเสียโอกาสไปในทันที โดยการกำหนดเวลานั้นก็จะมีด้วยกันหลากหลายรูปแบบ เช่น การกำหนดเวลาแบบไม่ระบุวันที่ การกำหนดเวลาแบบระบุวันที่ และ การกำหนดเวลาแบบนับถอยหลัง เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีอีกหลาย ๆ วิธีอาทิ ทำบันเดิลแพ็คเกจสินค้าราคาพิเศษ ให้ของขวัญหรือส่วนลดพิเศษกับลูกค้าที่ซื้อ 50 ท่านแรก เป็นต้น
2.นำคำรับรองหรือรีวิวจากลูกค้ามาใช้
การนำคำรีวิวเชิงบวกจากลูกค้ามาใช้ก็เป็นหนึ่งในวิธีที่ทำให้คนที่เข้ามาเห็นได้รับการันตีว่าสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของคุณดีจริง ๆ ก็จะเป็นตัวกระตุ้นหนึ่งให้เขาตัดสินใจซื้อ รวมไปถึงการนำเอารายชื่อบริษัทใหญ่ที่น่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นลูกค้าของคุณใส่ไว้ในหน้า Landing Page หรือแคปชั่นบนโซเชียลมีเดียก็เป็นเครื่องยืนยันชั้นดีที่จะทำให้คนที่เข้ามาเห็นไม่อยากพลาดสินค้าของคุณไป และนำพาไปสู่การกดปุ่ม Call to Action ตรงขั้นตอนสุดท้ายในที่สุด
3.ใช้คำถามเพื่อสร้างความอยากรู้ให้แก่ผู้ที่เข้ามาชม
บางทีด้วย Copywriting ธรรมดาอาจจะไม่ได้ดึงดูดผู้พบเห็น เราก็อาจจะต้องสร้างคำถามเกี่ยวกับเรื่องธุรกิจของคุณ ซึ่งแน่นอนว่าเรามีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เพื่อให้ผู้เข้ามาชมได้เกิดคำถามเหมือนกับเรานั่นเอง พอเขาเกิดความอยากรู้ในเรื่องนั้นเราก็มีช่องไว้ให้ใส่อีเมลหรือรายละเอียดต่าง ๆ เพื่อที่จะเข้ามาพบกับคำตอบเรื่องนั้น ๆ ที่เขาต้องการ
4.ใช้ความตรงไปตรงมาในการนำเสนอ รวมถึงการใช้คำที่จะคลายข้อสงสัยของลูกค้า
การที่เราจะขายอะไรสักอย่างแน่นอนว่าการบอกผู้รับชมหรือลูกค้าอย่างจริงใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ เพราะลองนึกดูว่าถ้าเราเป็นลูกค้า เราก็อยากจะได้ของดีเหมือนกัน ดังนั้นเราก็ควรจะบอกถึงเหตุผลและประโยชน์ที่ผู้ชมจะได้รับลงไปด้วย นอกจากนี้การที่เราใช้คำคลายข้อสงสัยให้กับผู้เข้าชมได้ก็เป็นสิ่งที่ดีเช่นกัน โดยวิธีนี้จะเห็นได้บ่อยตามบริการสตรีมมิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, Amazon Prime Video, Apple TV+ ที่จะคลายข้อสงสัยหลาย ๆ เรื่องให้เราอย่างเช่น เราอาจจะมีคำถามว่า ดูที่ไหนได้บ้าง ดูฟรีก่อนได้มั้ย ถ้าไม่ชอบสามารถยกเลิกก่อนที่จะเสียเงินได้หรือเปล่า ซึ่งสตรีมมิ่งเหล่านี้ก็จะบอกหมดเลยว่า ดูบนอุปกรณ์ใดก็ได้ ทดลองชมฟรีก่อน 1 อาทิตย์ หรือ 1 เดือน และ สามารถยกเลิกได้ทุกเวลา นั่นเอง
5.ทำปุ่ม Call to Action ของคุณให้โดดเด่น
แน่นอนว่าเมื่อข้อความ Copywriting ที่เกี่ยวกับสินค้าและบริการของคุณมีความโดดเด่นดึงดูดผู้ชมแล้ว ในส่วนของเจ้าปุ่ม Call to Action ของคุณก็ต้องน่าสนใจดึงดูดสายตาผู้เข้าชมด้วยเช่นกัน โดยวิธีก็มีอยู่มากมายอย่างเช่น ใช้สีปุ่มให้ตัดกับสีพื้นหลัง ใช้เลเยอร์กรอบของปุ่มให้แตกต่างจากพื้นหลัง และ แบ่งพื้นที่ขอบเขตของปุ่มให้ชัดเจน ไม่ให้ดูกลมกลืนไปกับข้อความในส่วนต่าง ๆ เพียงเท่านี้ก็จะทำให้คนเริ่มสนใจแล้วอยากจะคลิกมากขึ้นแล้ว
6.ใช้คำกระตุ้นของปุ่ม Call to Action ที่สร้างสรรค์กว่าเดิม
คำพื้นฐานของตัวปุ่ม Call to Action ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นอย่างเช่น ลงทะเบียนเลย ซื้อเลย เป็นต้น ซึ่งบางทีอาจจะไม่ได้ดึงดูดให้คนรู้สึกอยากจะกดมากนัก ยิ่งถ้าเนื้อหาของ Copywriting ของสินค้าไม่ดีพอก็ยิ่งตัดไปได้เลย ดังนั้นการคิดคำใหม่ ๆ ที่สร้างสรรค์กว่าเดิมก็เป็นทางเลือกที่จะทำให้คนหันมาสนใจมากขึ้น สมมุติสินค้าของเราเป็นเสื้อผ้าก็อาจจะใช้คำอารมณ์ประมาณว่า เหมาะกับคุณมากเลย หรือ คุณต้องมี แทนการใช้คำเดิม ๆ อย่าง ซื้อสินค้าเลย เป็นต้น
เป็นยังไงกันบ้างกับเรื่องของปุ่ม Call to Action ที่เราเอามาเขียนเล่าให้คุณอ่านกันในวันนี้ ต้องบอกว่าเจ้าปุ่มนี้จำเป็นมาก ๆ สำหรับการตลาดออนไลน์ในยุคปัจจุบัน เพราะจะเป็นตัวที่ทำให้ผู้รับชมของคุณเข้าไปดูสินค้าและบริการของคุณต่อ จนทำให้อาจกลายเป็นลูกค้าของคุณในอนาคตได้เลย ยังไงก็ลองเอาเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไปปรับใช้กันได้ตามความเหมาะสมของธุรกิจคุณกันได้เลยนะครับ
และสุดท้ายอย่าลืมติดตามผลงานของเราต่อได้ที่ GRASP ASIA
ขอบคุณที่มาข้อมูล: www.shanebarker.com / www.seocopywriting.com